เริ่มเลยเเล้วกันเดี๋ยวจะว่ามันพูดพล่ามอะไรของมันหว่า คืองี้ครับ จริงๆเเล้ว ผมลางานไว้เเล้ว ตั้งเเต่วันที่ 19 ต.ค. เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน จองตั๋วครื่องบินเรียบร้อย เเต่พอเอาเข้าจริงๆถึงเวลาทางบ้านโทรมาบอกว่าไม่ต้องมาเเล้ว เขาไม่ต้องการว่างั้นเถอะ? อ๋อไม่ครับ เลื่อนไปให้กลับสิ้นเดือนแทน.... แหม่ เอาเเล้วซิ ตั๋วเครื่องก็จองเเล้ว จะขายต่อ จะคืน จะเปลี่ยนก็คงจะยุ่งยาก วันลาก็เรียบร้อย เอาไงดีหว่า ผมนุ่งคิดนอนคิดดิ้นไปมาจิกผ้าปูที่นอนเเทบจะขาดออกไม่มีชิ้นดี สรุปกับตัวเอง "ไปก่อนเเล้วค่อยว่ากัน" (อ้าว บ่นเสียยืดยาว ยังไม่ได้บทสรุป !!! ) สายวันที่ 19 ผมทำการเช่ารถทันที เหตุผลน่ะเหรอครับ รถเช่าไม่โดนจับ เเละรถผมเองก็สภาพย่อยยับเต็มทน จ่ายเงินเพียงเเค่วันเดียวเท่านั้นคือ 200 บาทสำหรับ Click 125 นอกนั้นค่อยกลับมาจ่ายตอนคืนรถ .... พี่เขาถามว่า ไปเชียงใหม่อีกเเล้วสิ ครับไปซื้อของน่ะพอดีที่รีสอร์ททำห้องเพิ่มต้องการของนิดหน่อย ผมตอบ (คิดในใจ ถ้าจะบอกว่าเอารถไปยำแกก็ไม่ให้เช่าน่ะสิ หึหึ)

เรียบร้อยได้รถเเล้ว ก็กลับไปรีสอร์ทจัดเตรียมของ หยิบเป้ที่เตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนเหวี่ยงพาดขึ้นบ่า สั่งความแก่เพื่อนร่วมงานไว้ (หากกูไม่กลับมา ถูห้องให้กูด้วย) ยกมือขึ้นจบเหนือหัวบอกกล่าวเรียบร้อยเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ก็ เร่งเครื่องใส่ล่ะครับ ขณะนั้นก็ได้เวลา สิบเอ็ดโมงนิดหน่อย ถือว่าสบายๆ ครับ เวลาเหลือๆ ระหว่างทางผมเห็นรถ Mio คันเล็กๆ รุ่นเเรกๆ คันหนึ่งวิ่งอยู่เบื้องหน้ากะว่าจะแซงขึ้นไปให้จบๆ แต่ดูว่ามันช้าจนผิดแปลกไป เลยขี่ตามจี้บ้างทิ้งระยะห่างบ้างบางช่วง จนทำให้เห็นว่า เป็นสองผัวเมียหนุ่มสาวชาวต่างชาติ หญิงสาวผู้ซ้อนนั้นอุ้มลูกน้อยไว้ในหว่างขาประคองด้วยมือขวา มือซ้ายจับชายเสื้อสามีไว้ พ่อเของเด็กมีหน้าที่ขับ หว่างขามีเป้ใบใหญ่เสียบอยู่ เรียกได้ว่าขาขยับไม่ได้เลยครับ ท้ายรถยังมีกระเป๋าเล็กอีกใบหนึ่งห้อยพ่วงมาด้วยปิดไว้ตรงป้ายทะเบียน ตะกร้าหน้ามีผลหมากรากไม้พร้อมขวดน้ำยัดอยู่แทบไม่มีที่ว่าง ผมขับตามไปก็คิดไปเรื่อยตามประสาคนคิดมาก เขาจะไปไหนกัน ทำไมพวกเขาไม่โดยสารรถประจำทาง ท้ายสุดพวกเขารักกันปานใดหน่อ จึงมาร่วมหัวจมท้ายกันขนาดนี้ ความรักของพวกเขามันคงจะเเน่นแฟ้นเกินกว่าใครจะคาดคิดไปถึง เเล้วเด็กนั่นเล่าเขาคิดอะไรอยู่ ??
ช่วงนั้นเป็นช่วงขึ้นเขายาวทางดีบ้างเสียบ้างเพราะการก่อสร้างทางสัญจรใหม่ของหลวงเขา ผมเลยไม่เเยกห่างไปทางใด กลัวว่าเขาจะรถเสียหรือมีเหตุการณ์อันใดขึ้นได้เเต่ขับตามหลังอยู่ห่างๆ นานเท่าใดไม่ทราบได้ตลอดการขับตามหลังนั้นเราก็ขึ้นมาสุดยอดเขา นับจากนี้ไปก็จะเป็นทางลาดลงเขาเสียส่วนมาก ผมเลยปลีกตัวเเซงออกมา ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลยเพราะมันเป็นทางที่ผมใช้ประจำอยู่เเล้ว จะเปลี่ยนไปบ้างก็การทำทางนั้นเเหละครับ ที่ทำให้ถนนนั้นเป็นอุปสรรคในการเดินทาง บางช่วงเปียกชุ่มทำให้ล้อหลังผมสบัดอยู่บ่อยๆ บางช่วงแห้งกรังอย่างกับไม่โดนฝนมาแรมปีแถม
ด้วยกรวดหินซึ่งเเน่นอนว่า ผมมาด้วยความเร็วกรวดเหล่านั้นทำให้รถเกือบเสียหลักไถลไปหลายรอบ ทั้งฝุ่นคลุ้งกระจายเป็นม่านหนาตา มองไม่เห็นในระยะไกลจึงต้องใช้ความระวังสูงทีเดียว เเต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ไม่ได้ยาเย็นนัก ....
ที่แม่ริม ผมแวะทำธุระให้พี่สาวเล็กน้อย ราวบ่ายสองครึ่งก็เรียบร้อย..ร่างกายผมล้าเหลือเกิน เพราะความคิดที่คิดไปตลอดทางว่า กูจะไปไหนดี ใจหนึ่งอยากไปน่าน เพราะน่านน่าไป ไกล เเละสามารถขับรถไปกลับเป็นวงกลมได้นั่นคือความไม่จำเจของเส้นทางซึ่งผม เป็นพวกชอบเสียด้วย เรียกได้ว่าเป็นประเภทที่ มีหลุมตรงไหนโดดใส่มันเลย ทำน้องนั้น จากแม่ริมกว่าจะเข้ามาถึงช้างเผือกก็ราวบ่ายสาม เอถ้าจะยิงยาวไปน่านเลยเห็นทีจะไม่ได้การเเล้ว เลยหาที่พักเเถวนั้น ก็ไม่ยากครับ เเถวนั้นมีมหาลัยอยู่ ห้องพักเลยหาง่ายหน่อย เรียบร้อยเช็คอินเสร็จก็อาบน้ำพักผ่อนเอาเเรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ที่จะต้องขับรถไกลร่วม 300 กิโลเมตรทีเดียว
คุณเคยชอบใครไหมครับ แค่ชอบนะ ไม่ได้รัก ไม่ได้อยากจีบ ไม่อยากได้เป็นแฟน เเค่อยากให้มีกันแค่สองคนน่ะ คือแบบ เป็นแค่คนๆหนึ่งที่เราเห็นหน้าก็มีความสุขเเล้ว เป็นไหม? ผมเป็นครับ ....ขณะที่ผมกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง ผมก็คิดถึงใบหน้าเธอขึ้นมาเสียงั้นแหละ เเค่คิดก็ยิ้มเเล้ว เอาวะ ไหนๆ ผมก็รู้ว่าเธอทำงานที่ไหน อยู่เเล้ว ไปทักทายซะหน่อยจะเป็นไรไปหาข้าวกินด้วยคิดเเบบนั้นเเล้วกัน คิดได้ดังนั้นเเล้วเรี่ยวแรงก็ไม่รู้กลับมาจากไหน เเต่งเนื้อตัวอาบน้ำหอม เเล้วดิ่งลงมาที่ลานจอดรถทันทีครับ ที่ที่เธอทำงานห่างออกไปราว 15 กิโลเมตร ขณะนั้นก็ทั่มเศษเห็นจะได้ ผมบึ่งรถออกไปทันที่ด้วยหัวใจที่กระชุ่มกระชวย คือบอกเเล้ว ว่าเเค่ชอบ ไม่ได้หวังอะไร พอคิดเเบบนี้เเล้วมันสบายแบบบอกไม่ถูกเลยนะครับ ไม่เชื่อ ลองดูได้ !!!
ไม่กี่อึดใจผมก็มาถึงร้านที่เธอทำงาน เข้าไปในพื้นที่ร้าน เเต่เลือกที่จะนั่งข้างนอก ผมเลือกนั่งหันหลังให้ร้านเพราะรู้ว่าเธอจะต้องเดินเข้ามาทางข้างหลังผม แน่ล่ะ ผมมองเกมส์ไว้เเล้ว ว่าจะตอบเธอทุกคำถามแบบไม่มีปิดบัง เเละจะไม่จีบเธอด้วยเพราะการจีบคือการแสร้งทำเเต่ส่วนดีเพื่อหวังผล "สวัสดีค่ะรับอะ.." ยังไม่ทันจบประโยค เธอหยุดคำพูดไว้เเค่นั้นเมื่อมองชัดว่าเป็นผม(มันนี่เอง) เเล้วก็ม้วนตัวหันหนี จะยิ้ม จะหัวเราะ จะหน้าแดงผมก็สุดที่จะบรรยายได้ ผมก็ไม่น้อยหน้า เพียงเเต่ว่าทุกอย่างผมตั้งใจมาเเล้ว "มาได้ไงเนี่ย" เธอพูดพร้อมกับวางเมนูลงต่อหน้าผม อีกมือก็ฟาดเพี๊ยะเข้าให้ที่หลัง มันไม่ได้เจ็บอะไรนักหรอก หากเเต่ข้างในเนี่ยสิ สั่นไม่เป็นจังหวะเเล้ว ผมก็ทำทีเปิดหาไรกินไป แต่ก่อนอื่นไปดูหน้าเครื่องดื่มก่อนล่ะครับตามสไตล์ "เหล้าถึงใคร เมื่อไหร่ถึงผม" ได้ครื่องอื่มที่หมายมั่นไว้ เเล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ น่ารัก น่ารักจริงๆ ไม่ได้สวย ไม่ได้น่ารัก เเต่ น่ารัก เข้าใจไหม "มีไรแนะนำบ้างล่ะหื้อ"
เธอมองไปเบื้องหลังของผมซึ่งมี กระดานดำเขียนเมนูเเนะนำไว้ เธอพยายามเพ่งให้เห็นเเต่สุดท้ายก็ต้องขยับเเว่นที่ทัดไว้บนหัวลงมา เเล้วก็อ่านทีละเมนูเบา ๆ.... แต่ผมไม่สั่ง !!! ตายรังเดิมเอ็นไก่ทอดสมุนไพร "ไม่ต้องรินเองนะเดี๋ยวรินให้" เธอพูดขึ้นขณะที่ผมจะรินเบียร์เอง "งั้นพี่ก็ต้องยกบ่อยๆสินะ เมย์จะได้ไม่ต้องไปรินที่ไหนไกล" ยกเเล้วยกอีก จิบทีละนิดแต่บ่อยเหมือนกับว่า วางแก้วลงบนดต๊ะ พอได้ยินเสียงก้นแก้วกระเเทกโต๊ะดังโป๊กก็จับยกขึ้นซดอีก การพูดคุยเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ เธอถามว่า หาเจอได้ไง ก็บอกไปว่าเห็นรูปในเฟสน่ะ ถามว่าทำไมถึงมา ...ตอบไปง่ายๆ ว่าคิดถึงเลยมาหา เมื่อเธอถามว่า ชอบทำไม ....ความรัก ความหลงความสุข มันไม่เหมือนกันนะ พี่แค่มีความสุขพี่ก็เลยมา ไม่ได้รัก ไม่ได้หลง
ทุกอย่างดำเนินไปในเเบบที่มันควรจะเป็น แต่การวางตัวของเธอดีมาก เธอเรียกผมอา(จริงๆ อายุเราเท่ากันนะครับ เเต่ด้วยทีเธอเป็นพวกสาวกพื่อชีวิต ใน วงการนี้ จะเรียกกันน้า อา ลุง อะไรเทือกๆนี้แหละ เช่น น้าหมู น้าหงา อาหว่อง ) ส่วนผมก็คุยแบบเปิดไปเสียหมด มันเลยเหมือนไม่ค้างคา มันสบาย เเละมันเหมือนได้เพื่อน (เฉยเลยสาดดดดด....) เกือบเที่ยงคืนผมก็เช็คบิล เเละออกมาจากร้าน ก่อนออกมาเธอก็ บอก ขอบคุณนะ พร้อมกับเข้ามากอดผม ผมไม่กล้ากอดก็ได้เเต่โอบเธอด้วยเเขนซ้ายเท่านั้น เธอสูงเเค่ปลายคางผมเอง...ผมอยากจะรักคุณถ้าคุณไม่ห้าม แต่คุณก็ยังตัดเขาไม่ขาด
ก่อนกลับผมเลยเเวะไปหาไรร้อนๆ ใส่ท้องหน่อย ...ว่ากันว่าเเถวแม่โจ้มีร้านซุปดูกในตำนาน อย่าพลาดครับมาทั้งที หาไม่ยากอยู่ที่ปากเรานี่เอง ก่อนที่จะกลับมานอนหลับปุ๋ยในห้องเพียงลำพัง...
เช้า วันที่ 20 อันสดใสมาถึง...ตัวผมซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่มีกลิ่นหอม ขดตัวเพราะเปิดแอร์เย็นจัด แสงจ้าแห่งวันเเรกแยงตา ยากที่จะเปิดขึ้นได้จึงต้องค่อยๆขยายเปลือกตาขึ้นทีละน้อย มือเอื้อมไปความหารีโมท เปิดทีวีพอให้มีเสียงเป็นเพื่อน เมื่อสติกลับมาพร้อม สายตาเบิกโพลงเพราะเเสงสว่างนั้น ชิบหายบ่ายเเล้ว ผมร้องกับตัวเองในใจพร้อมกระโดดรุกขึ้นจากเตียง คว้านาฬิกาข้อมือที่ผมถอดไว้มาดู 07.30 น. อ่อ โล่งอกไปที .... เเสงมันจ้าเพราะห้องผม มันหันรับแดดแบบเต็ม ๆ คนเรานี่มีชีวิตตามแสงจริงๆ ว่าไหมครับ พอค่ำลงก็ง่วง พอสว่างก็ตื่น ดังนั้นใครอยากตื่นเช้าก็พยายามเปิดช่องรับแสงก่อนเข้านอนไว้เยอะๆนะครับ ส่วนใครอยากหลับเร็วก็ปิดช่องรับแสงให้หมดเช่นกัน...จัดการตัวเอง อาบน้ำ เก็บของลงเป้เรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อเลยเเล้วกันครับ สัก แปดโมงเศษล้อก็เริ่มหมุนอีกครั้ง อากาศเช้านี้สบายๆ แถมเส้นทาง เมื่อออกจากตัวเมืองมาไม่ได้นักก็มองเห็นขุนเขา ป่าไม่ เย็นสบายรอบตัวไปหมด เกือบชั่วโมงที่ผมออกเดินทางก็มาถึงเเถวๆ ปางแฟน บนทางหลวงหมายเลข 118 ครับ เเวะหาข้าวกินเพราะตอนนี้รู้สึกหิวมาก ร้านหาหารเเถวนี้หายากครับ เจอต้องเเวะเลยอย่าหวังน้ำบ่อหน้าเวลาหิว ร้านข้าวขาหมู ขาหมูดันหมดเพราะมีลูกค้าชุดก่อนหน้าจัดการไปเเล้ว ก็เลยได้คากิมาหนึ่งจานพอให้ผ่านมื้อนั้นไปได้ ขณะกินก็คิดเล่นๆ .... ปางแฟน ผมย้ำกับตัวเอง ปางช้างมันก็มีช้างเลี้ยงไว้เต็มไปหมด อยากได้ช้างไปปางช้าง ส่วนถ้าอยากได้แฟน ก็คงต้องที่นี่สินะ ปางแฟน คิดเอง ก็หัวเราะ หึหึ ยุคนเดียว เรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อล่ะครับ ไม่ได้ออกมาอีก ร้านกาแฟ แหม๋ ให้มันได้อย่างงี้ กินข้าวเเล้วก็ต้องจัดกาแฟหน่อยสิครับ ไม่งั้นไม่ฮิปนะ ร้านกาแฟชมวิวริมทาง ....กาแฟหอมๆ อากาศสดชื่นเหมือนดมยาโป๊ยเซียน อะไรมันจะสุไปกว่านี้ล่ะครับ เเวะพักสักหน่อยคงไม่เสียเวลามากมิใช่หรือ
แวะอึดใจเดียวเท่านั้นเก็บภาพ ซื้อน้ำเปล่าสักขวด เเล้วก็ไปต่อ เพราะถ้าเราเสียเวลาระหว่างทางมาก ก็จะถึงจุดหมายช้าไป เเต่กไม่ได้หมายคามว่า จะหว่างทางจะไม่สำคัญก็ไม่ใช่อีก .....ยิงยาวๆ ครับ จากจุดนี้มุ่งหน้าเข้ามาแม่ขะจานก่อน เเล้วค่อยตามป้าย พะเยา การเดินทางต้องมีทิศทางเเละแผนที่นะครับ วึ่งปัจจุบันอะไรก็ง่าย เเค่มือถือเครื่องเดียว ผม จะดูประกอบไปกับความจริงว่าเราอยู่บนเส้นทางไหน จะไปเเตกที่ตรงไหน เช่นตอนนี่ผม จะไปน่านใช่ไหมครับ เเต่เรายังอยู่บนเส้นทาง 118 มุ่งหน้าเชียงราย เท่าที่ผมดูในแผนที่ผมจะเเยกที่ ตำบลแม่ขะจาน ดังนั้น ผมไม่ต้องดูแผนที่บ่อยๆครับ ตั้งเข็มเเม่ขะจานก่อน ระยะทางระหว่างอำเภอเราดูได้จากหลังกิโลเมตรอยู่เเล้ว พอถึงเเม่ขะจาน ต้องเเยกเเล้ว ทุกทางเเยะจะบอกที่ไปเเละหมายเลข ผมก็จำเลขเอาจาก 118 เราจะตัดไปเส้นหมายต่อ แบบนี้ครับ ง่ายๆ ในการเดินทาง มองภาพใหญ่ให้เข้าใจ เเล้วตัดจุดหมายออกมาเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกเลย
ราว 13 กิโลเมตร จากบ่อน้ำพุร้อน ผมก็มาถึงแม่ขะจาน เลี่้ยวขวาเข้า ถนน หมายเลข 120 จุดหมาย พะเยา ระยะทางก็ร่วม 8 กิโลเมตรครับบนเส้นทางหมายเลขนี้ เเต่เส้นทางดีเหลือเกิน เรียบไม่มีเศษกรวด ตัดไประหว่างหมู่บ้าน ที่มีกระจัดกระจายไปตามทาง เขาป่าพนาเขียวอยู่ตลอดสองข้างทาง ไร่สวนมีบ้างเล็กน้อย เเล้วเราก็ไต่ระดับ เมื่อมาถึงครึ้งทางขึ้นเขาสูง ทางคดเชี้ยวเลี้ยวลด ตีโค้งสาดยาวๆ ครับเพลินไปอีกแบบ จุดอันตรามีน้อยมาก ระวังเเค่ความเผลอของตัวเองเท่านั้น เพราะเราขับเพลิน เเละเพื่อนร่วมทางน้อย อาจจะเหงาเอาได้ ระหว่างนั้น ก็เจอสองนักปั่นครับ ...ผมล่ะนับถือใจพวกเขาจริงๆ ไอ้ผมซิ่งพันโลก็พอไหว เเต่นี่ ปั่นครับปั่น คู่รักปั่นด้วยกัน น่าจะมีความสุขนะว่ามั๊ย? (นี่กูคุยกะใครวะ )
ใกล้ พะเยาเข้าไปเป็นลำดับ มาถึงจุดชมวิว เเวะชมวิวกว๊านพะเยากันหน่อยครับ เพื่อนผมลงรูปกันหนักหนา ครานี้แหละขอเห็นกับตาหน่อย ณ จุดชมวิวนี้ เเต่เวรของกรรมหรือจะกรรมของเวรมิทราบได้ ฝนครับครึ้นฟ้ามาเลย มองไปเลือนรางไม่ชัดเจน เเต่ผมก็ยืนชมวิวอยู่นาน จากระยะสายตานี้ กว๊านพะเยาที่เขาว่า น่าดูชมไม่หยอก เห็นที่จะต้องเข้าไปเห็นกับตา ได้ได้เสียเเล้ว
ความรัก นักเดินทาง
ถนน เนี๊ยนเนียน
เรียบ โค้ง เป็นมัน มันส์จริงๆ
จุดชมวิว
จุดชมวิว
จากจุดชมวิวนี้ก็ความว่าไม่น่าจะไกลเเล้วล่ะครับ มองเห็นอยู่ทนโท่นี่ไง ไปกันเล้ยยยยยยยยย.....สามสี่อึดใจใหญ่ๆ ตอนนี้อยากจะถึงอยากจะยืดแข้งยืดขา ก้นเมื่อยชาจนไม่รู้สึกไปหมดเเล้ว ก็มาถึงจนได้ครับ พอเข้าเขตเมืองที่ถนนสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ ก็ต้องใช้แผนที่กันหน่อย ตั้งเข็มเเล้วตามไปเลย สุดท้าย.......สุดท้ายยยยยย ว่างเปล่า เห้ยไม่ใช่พี่ป๊อด สุดท้ายก็ได้เห็ยชายน้ำจนได้ สบายจริงๆ โล่งออกมากๆ ขับลักเลาะไปตาม ริมน้ำบนถนนที่คราคร่ำไปด้วยรถเเละร้านรวงริมน้ำทั้งร้านอาหารที่พักต่างๆ ร้านกาแฟ ผมว่ายามค่ำคืนริมกว๊านน่าจะมีหนุ่มสาวเเละนักท่องเที่ยวออกมาเดินพบปะสร้างบรรยากาศคึกคักไม่น้อยทีเดียว เเต่นี่มันเที่ยง คนไม่เยอะ มีเเต่นักตกปลาที่พาสาวมาด้วย เห็นเเล้วใจสั่นเลยครับ ไอ้เรามันตัวคนเดียวนี่หว่า บอกชอบสาวไปกลายเป็นว่าได้น้องสาวมาซะงั้น เวรจริงๆ ....ลูกเด็กเล็กแดงก็วิ่งเล่นใต้ร่มไม้เเถวนั้น พ่อตกปลา เมียกะเเม่ยายก็เลี้ยงไอ้ตัวเล็กไปตามระเบียบ
ผมมุ่งมาที่ลานพ่อขุนงำเมืองเลยครับ ตั้งใจว่าจะเเวะมาสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลเเก่การเดินทางหน่อย ธูปเทียนไม่ต้องเลยครับ คนอย่างผม นิ่งๆไว้ตั้งจิตมั่นเเล้วกล่าวเลยครับ เป็นใครมาจากไหนจะไปไหน เเละอย่าขออะไรไปกว่าความสุขสวัสดิ์ ปัญญา เเละความกล้าหาญ ถ้าขอให้ถูกหวยรวยเบอร์ เจอเนื้อคู่ที่ดูดีมีเสน่ห์บ้านรวย รักเดียวอะไรเทือกนั้นผมว่าท่านคงต้องทำงานหนักเกินไปนะครับ กว่าจะทำให้คนขอสำเร็จผล
















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น