วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ใช้ชีวิตให้น่าอิจฉา ตอน แดกแปลก!!!




ผัดกระเพรา อาหารจานด่วนที่รสชาติถูกปากคนไทยมากที่สุด ด้วยความหอมของใบกระเพราะ ความเผ็ดจากพริก  ความเค็มและหวานจากเครื่องปรุงต่างๆที่ผสานเคล้ากันอย่างลงตัว  จึงทำให้ผัดกระเพราที่ว่านี้เป็นเมนูยอดฮิตของคนไทยไปแล้ว  ฮิตจนถึงขั้นต้องขนานนามเมนูนี้ว่า เมนูสิ้นคิดแต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ายังมีเมนูที่สิ้นคิดกว่านี้ มันคืออะไรรู้ไหมครับ คิดสิ ผมนับหนึ่งถือสามนะ เอ้าหนึ่ง .................เอ้า สอง...................เอ้าสองครึ่ง...........เอ้าสาม หมดเวลา คำตอบก็คือ สองแล้วไอ้คำว่าสองนี้มันสิ้นคิดกว่าตรงไหนล่ะครับ ผมจะบอกให้ก็ได้ มันสิ้นคิดตรงที่เวลาไปกินข้าวกับเพื่อน เวลาเพื่อนสั่ง ผัดกระเพราเราหรือใครหลายๆคนซึ่งผมเองก็เคยเหมือนกันก็มักจะพูดขึ้นทันทีว่า สอง ”  ไอ้เพื่อนเราก็จะต้องก้มหน้าก้มตายิ๊กๆขีดฆ่าเลขหนึ่งออกแล้วเขียนเลขสองลงไปแทน    เห็นมั๊ยสิ้นคิดกว่าจริงๆ .....อิอิ

       บางครั้งบางคราเราก็สั่งอาหารจานนี้ออกไปโดยไม่ทันคิด หรือบางครั้งก็คิดไม่ออกก็เลยสั่งไปเพราะความเคยชิน วันนี้ผมเองก็เช่นกันครับ
ผัดกระเพรา แต่ขอโทษที ผมไม่ได้สิ้นคิดถึงขั้นต้องสั่งผัดกระเพราหมู ไก่ เนื้อ ทะเล อย่างที่คุณกำลังคิดหรอกครับ .....ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ฟังนิดนึงว่า  วันนี้ออกไปกินข้าวที่ร้าน ฅนบ้านเฮาร้านเดิม ร้านประจำผมนั่นแหละครับ แต่ขณะที่ผมกำลังขี่รถไป เพื่อที่จะไปกินข้าวนั้นผมก็คิดไปว่าผมอยากจะกินอะไร  เท่านั้นแหละครับด้วยความที่เป็นคนชอบกินอยู่แล้วสมองก็สั่งการทันที อยากกิน ปลาหมึก หมูสับ กุ้ง ปู ไข่เจียว  และคำสั่งสุดท้ายก็คือ ผัดกระเพราเท่านั้น  พอไปถึงที่ร้านจอดรถเรียบแล้วแล้ว ผมก็ยังนั่งคร่อมอยู่บนรถเช่นเดิน เพราะนึกขึ้นมาได้ว่า เงินในกระเป๋าเหลือแค่ร้อยเดียว พรุ่งนี้ทางบ้านถึงจะส่งมา ถ้าผมสั่งแยกเมนูไปโดยใช้วัตถุดิบตามที่ผมอยากจะกินคงโดนหลายร้อยแน่ๆ  ผมก็เลยคิดว่าเอามันรวมกันให้หมดเลยก็น่าจะดี แปลกและน่า(จะ)อร่อย
เมลล์ ผัดกระเพราไข่เจียวรวมสับ หมู หมึก กุ้ง ปู....มีป่าวปูน่ะผมตะโกนสั่งไปตั้งแต่ผมยังไม่ลุกจากเบาะรถ  ก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้าน
มีปูอัด....ว่าแต่ไอ้ผัดกระเพราไข่เจียวรวมสับนี่มันทำยังไงน้องเมลล์ตอบ พร้อมกับยิงคำถามมาอย่างไม่เข้าใจ
ก็ เจียวไข่ใส่ทุกอย่างนั่นแหละ แล้วก็ตั้งกะทะผัดกระเพราอีกทีนึง... ผมอธิบาย
เมื่อก่อนก็ชอบสั่งว่าให้ทำอะไรก็ได้  มาวันนี้สั่งเมนูแปลกๆอีกแล้ว...วู๊ แปลกคน น้องเมลล์บ่นงุบงิบ แล้วค้อนขวับให้ทีนึงก่อนหันไปจัดแจงตามที่สั่ง
เอาต้มจืดหมูสับ เต้าหู้ เป็นกับข้าวอีก 1ชามนะ... ผมสั่งออกไปอีกขณะที่หันหลังกลับมานั่งที่โต๊ะ



ไม่นานนักอาหารที่สั่งไปก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟพร้อมกัน

 
อย่างแรกเป็น ข้าวราดผัดกระเพราไข่เจียวรวมสับ กลิ่นควันฉุยลอยขึ้นเตะจมูก ความหอมฉุนของใบกระเพราคือสัมผัสแรกที่ผมรับรู้ได้ ตามด้วยกลิ่นหอมนิ่มๆอันเป็นเอกลักษณ์ของไข่เจียวเป็นสัมผัสทางกลิ่นสุดท้ายที่ผมพอจะสัมผัสได้ด้วยจมูกอันห่วยแตกของผม หลังจากที่สัมผัสกลิ่นอันเย้ายวนชวนให้โกยเข้าปากกันไปแล้วก็ถึงเวลาที่ลิ้มรสกันบ้างแล้วล่ะครับ คำต่อคำที่ผมตักใส่ปากแล้วค่อยๆเคี้ยว หลับตาพริ้มเพื่อสัมผัสกลิ่มเเละรสชาติ  กลิ่นและรสชาติในแต่ละคำนั้นมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป บางคำมีกลิ่นของความเป็นกุ้งอยู่ในปากซึ่งผมเองก็บรรยายออกมาไม่ได้แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงจะแยกออกแม้จะหลับตากิน บางคำได้ความหนึบหนับ กรุบกรอบจากปลาหมึก บางคำได้ความนุ่มละมุล อมหวานเล็กน้อยจากปูดอัดและบางคำก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว หมูนั่นเองครับ แต่ละคำที่ตักใส่เข้าปากนั้นสุดแล้วแต่ว่าผมจะตักไปโดนตรงไหนและอะไรซ่อนอยู่ในนั้นมันเป็นความอร่อยอย่างมหัศจรรย์และที่สำคัญมันต้องลุ้น  ด้วยรสชาติที่ลงตัวของเครื่องปรุง กลิ่นหอมๆของกระเพรา ความอร่อยอย่างมีสไตล์ของวุตถุดิบไม่ว่าจะเป็นหมู หมึก กุ้ง และปูอัด ทุกอย่างถูกนำลงมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง วัตถุดิบอื่นๆประกอบกับความชำนิชำนาญในการผัดของแม่ครัวจึงทำให้อาหารเย็นมื้อนี้ ยากจะลืมเลือน....ต้องไปโดน!!!

อย่างที่สองคือ ต้มจืดหมูสับ เต้าหู้ไข่ เป็นเมนูที่ผมสั่งมาเพื่อดับความเลี่ยนมันของไข่เจียวและแน่นอนครับมันเยี่ยมมากทีเดียว ด้วยความหอมของน้ำกระเทียมดองที่ทางร้านใส่ลงไปเล็กน้อย และรสชาติที่เรียกได้ว่า นัวร์(เค็มนิดๆ)เค็มนำ ตามด้วยหวานจากผักเล็กน้อย และที่สำคัญไม่มันด้วยครับ จึงทำให้ต้มจืดชามนี้ทำหน้าที่ตัดความเลี่ยนและอีกนัยหนึ่งก็เป็นน้ำซุปชั้นเลิศได้อย่างดีทีเดียว.....กระเพราสองคำ สามคำ ตามด้วยต้มจืดเต้าหู้ไข่ แหม๋ ม ม ม ม ม ม....บรรยายต่อเองสิ ขืนผมบรรยายมากกว่านี้จะหาว่าผมเวอร์

และก่อนที่จะจบบทพล่ามของผมในวันนี้ก็ขอส่งท้ายกันด้วยภาพนี้แล้วกันนะครับ
ภาพนี้เป็นภาพเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่ผมเห็นตอนที่ไปนั่งโต๊ะ มันถูกวางซ่อนไว้ใต้กล่องกระดาษทิชชู ครั้งแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ แต่เมื่อดึงออกมา เมื่อคำว่า รักนะตนบ้านเฮา(ในความหมายของคนเขียนจริงๆผมคิดว่าเขาหมายความว่า ฅนบ้านเฮาก็ได้ครับ)ปรากฏขึ้นผมก็ลั่นกร๊ากขึ้นทันที จึงทำให้คนทั้งร้านหันมามองผมเป็นตาเดียว ผมก็เลยเดินเอาไปให้แม่ครัวดูในขณะที่เขากำลังทำอาหารให้ผม หล่อนเองก็ปล่อยกร๊ากขึ้นเหมือนกัน แล้วก็ฟาดกำปั้นลงบนอกผมดัง ปึ๊ก!!! ผมก็เลยต้องอธิบายให้ฟังว่า เจอที่โต๊ะ แล้วผมก็ยื่นให้เธอเก็บไว้ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ...กระนั้นแล้วก็ยังหัวเราะไม่หาย มันอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เขียนนั้นหมายความว่ายังไง รักน้องเมลล์ แม่ครัวมือรองประจำร้าน หรือว่ารักในรสชาติที่จัดจ้านของร้านนี้กันแน่นะ.....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น