วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เล่าเรื่องงาน

"การเริ่มต้นทำอะไรเพื่อเงิน คือสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์"    


      ผมเชื่อว่าที่ผมเลือกทำงาน Event ไม่ใช่เพราะต้องการเงิน จริงอยู่ว่ามันสำคัญสำหรับเรา เเต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เงินไม่ใช่เป้าแรกของผม เเต่มันเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น  ที่ผมเลือกมาทำงานนี้เพราะความหลากหลายของงานที่ผมต้องไปพบเจอ คนมากมายที่ผมต้องได้พบเจอ สัมผัสพูดคุย ได้เจอทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ได้เป็นผู้ตาม ได้เรียนรู้การเป็นผู้ตามเเละผู้นำในเวลาเดียวกัน ได้ลองคิดเเละตัดสินใจเองในบางเรื่อง ซึ่งโดยรวมเเล้วผมมองว่ามันสนุกสำหรับผม เเละเมื่อมันสนุกตั้งเเต่คิด มันก็ควรค่าอย่างยิ่งที่จะเอื้อมไปสัมผัสของจริง




งานวันแรก  1 มิถุนายน 2555  งาน Mini Motor Show  @ supreme complex สามเสน


     ด้วยความที่ว่ามันเป็นงานเเรกของผม ผมจึงรู้สึกตื่นเต้นเเละตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ถึงขนาดนอนเเทบจะไม่หลับเลยทีเดียว  วันนี้ผมมาถึงที่หมายตั้งเเต่หกโมงครึ่ง ถึงก่อนเวลานัดหมายตั้งหนึ่งชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียวครับ ทำยังไงได้ล่ะ ไอ้เรากะเวลาไม่ถูกซะด้วยเเละถือคติที่ว่า ผู้น้อยต้องมาก่อนผู้ใหญ่เสมอ ชั่วโมงครึ่งของการรอคอยพี่ๆทีมงานนั้นผมก็เลยต้องนั่งอ่านหนังสือไปบ้าง หันรีหันขวางดูลุงตำรวจที่ยืนโบกรถอยู่กลางถนนจนเเขนเเทบหลุดบ้าง จะว่าไปเเล้วการตื่นเช้าๆนี่ก็ดีเหมือนกันครับ เราได้มานั่งดูการเริ่มต้นของชีวิตผู้คนต่างๆมากมาย อาแปะแก่ๆ นั่งจิบชาอยู่หน้าร้านข้าวสารที่ดูเก่าคำคร่าช่างเป็นอะไรที่ดูเชื่องช้าสบายอารมณ์จริงๆ  มองไปบนท้องถนนก็เห็นเด็กหญิงนั่งซ้อนท้ายพ่อบ้าง เเม่บ้าง ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือกันเเต่เช้า ดูเเล้วช่างห่างเหินเสียเหลือเกินกับคนที่เขานั่งซ้อนท้ายอยู่ ไอ้ผมก็ได้เเต่นั่งมองเเล้วก็คิดไปต่างๆนาๆทว่าก็หาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้เสียที  รึว่าผมหัวโบราณเกินไปเเล้วเมื่อเทียบกับน้องๆหนูๆวัยกระเตาะเหล่านั้น รถรามากมายเริ่มเเน่นขนัดขึ้นตามเวลาที่ผ่านเลยไป เสียงเเตรเริ่มดังกันเป็นระยะๆ สงสัยว่าเขาคงจะเจอเพื่อนบนท้องถนนล่ะมั้งครับจึงได้บีบทักทายกัน  นี่แหละครับความน่ารักแบบไทยๆ ไปไหนมาไหนทักทายกันตลอด คิดเเล้วก็อดยิ้มนิดๆไม่ได้ ไม่ได้ยิ้มให้ความน่ารักนะครับ ยิ้มให้ตัวเองนี่แหละครับ ว่าคิดได้ยังไงหว่า !!!!


    เวลาใกล้แปดโมงนิดหน่อย พี่ปูกับพี่เบิ้มก็มาถึงพร้อมกับหมูปิ้งในมือคนละชุดผมเข้าไปทักทาย นั่งพูดคุยอยู่ใกล้ๆ  เมื่อทั้งสองทานเสร็จเเล้ว ผมกับพี่เบิ้มก็เริ่มงานก่อนใครๆ ทั้งติดตั้งป้ายที่ถูกม้วนเก็บไว้ ไหนจะต้องไปจูงรถออกจากห้างมาขึ้นเเท่นเเละจัดเรียง จากนั้นก็เช็ดรถ ระหว่างนั้น ก็มีพี่ติ่ง พี่แป๊ป พี่ชัยมาเพิ่ม ซึ่งก็มีหน้าที่เเตกต่างกันออกไปครับ ผมกับพี่เบิ้มก็หนักหน่อยเพราะเป็นชายร่างใหญ่ ใช้เเรงซะเยอะเลยเพราะรถมันหลายคัน ทุกอย่างกว่าจะเรียบร้อยลงตัวก็ เกือบสิบโมงครึ่ง ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาห้างเปิดพอดี


    กิจกรรมเริ่มมีมาเป็นระยะๆ ทั้งเต้นโชว์ โดยโคโยตี้มืออาชีพ สี่รอบในวันนี้ เรียกได้ว่าดูจนเบื่อครับสำหรับผม เเล้วก็มีมายากลหรอกเด็กๆ ขำๆสนุกๆ สี่รอบอีกเช่นกันครับ   ทุกๆครั้งที่มีกิจกรรมผมเองก็จะได้รับหน้าที่เป็น staff ยืนอยู่ บริเวณใกล้ๆ ถ้าเป็นการแสดงมายากล ก็คอยหยิบจับส่งของให้ตรงเวลา ตรงจังหวะ ทำงานเป็นทีมกับนักแสดงเเล้วทีมงานคนอื่นๆ  ถ้าเป็นเต้นโชว์ก็จะยืนดูแลความเรียบร้อยใกล้ๆ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้  ช่วงไหนที่มีการตอบคำถามชิงรางวัลเราก็เดินไปเชิญเเขกที่อยู่ใกล้ๆให้มาร่วมกับเราครับ ประโยคเด็ดของผมก็คือ "พี่ครับ ช่วยหน่อยน๊ะพี่ เดี๋ยวนายด่าผมเข้าไปตอบนิดเดียวก็ได้ของเเจกฟรีๆเเล้วครับ นะพี่ช่วยหน่อยครับ" อิอิ สำเร็จครับ   หลังเสร็จก็ไม่มีอะไรครับ นั่งพักกันจนง่วงเลยทีเดียวกว่าโชว์รอบใหม่จะมาถึง   ดีหน่อยว่าที่ตลอดเวลางาน  ทีมคุมเครื่องเสียงก็จะเปิดเพลงสากล ประเภทที่เปิดในผับตลอดเวลาซึ่งก็เข้าท่าเลยทีเดียว ผมเองก็โยกตัวตามบ้างร้องตามบ้าง ปล่อยตัวให้เพลิดเพลินไปกับจังหวะเบสหนักๆของเสียเพลงครับ  บ้างก็คุยกับพนักงานขายรถ คุยกับพี่ที่ทำงานด้วยกันบ้าง เรื่องอะไรก็คุยมั่วแหลกไปหมด  บางทีก็ขำกันท้องเเข็งครับ เพราะพี่เบิ้มนี่ตัวฮาเลย ถ้าดูกันภายนอกเเล้ว น่ากลัวครับ ถักเดทร็อค ผิวเข้มๆตาโตๆ  เเต่ถ้าได้คุยเเล้ว รั่วสิ้นดี เเละวันนี้พี่เบิ้มก็ม้วนผมมาอย่างกับมิกกี้เม้าส์ ไม่รู้ว่าแอบกินมิกกี้มินนี่เข้าไปก่อนมาทำงานหรือเปล่า...


        หลังจากเสร็จกิจกรรมเเล้วเราก็ต้องเก็บของกันตั้งเเต่สองทุ่มครึ่งเลยครับ ไหนจะรถหลายคัน ไหนจะป้าย สัพเพเหระ มากมายครับ เเต่ก็สนุกดี  กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มครับ...


ถามว่าคุ้มไหมกับค่าเเรงที่ได้บอกเลยว่าไม่คุ้มครับ เหนื่อยกายได้เงินน้อย เเต่ผมมีความสุข สนุก เเละมันส์ไปกับงานเลยไม่คิดมากเรื่องเงินครับ....เพราะมันก็เเค่ผลพลอยได้ ที่จ่ายทีหลัง  เเต่สิ่งที่ได้ในฉับพลันคือความสุขในการทำงานนั่นเองครับ




ความสุขงานนี้อยู่ที่ไหน
- จัดสถานที่ตอนเช้าเเละต้องรีบเก็บหลังงานเลิก เเข่งกับเวลาเป็นเรื่องที่สนุกครับ โดยส่วนตัวชอบออกเเรงเล่นฟิตเนสอยู่เเล้ว มาออกเเรงกับเรื่องพวกนี้มันส์เหมือนกัน


-ทุกอย่างต้องตรงเวลา ไม่มีพลาด ในขณะที่กิจกกรมเริ่ม หากมีปัญหาต้องแก้ให้ได้ ...เเละทุกครั้งที่กิจกกรมเเต่ละช่วงผ่านไป มันรู้สึกสะใจจริงๆที่งานผ่านไปอีกรอบเเบบไม่มีติดขัดไม่มีบกพร่อง


-เพื่อนร่วมงานที่ตลอดเวลาได้อยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ยกของด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน คุยกันอย่างสนุกสนาน


-การเรียนรู้เรื่องการจัดเเจงเวลา การจดจำสิ่งของต่างๆเพราะพรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องอยู่ที่เดิม


-งานหน้าม้า เดินดูรถ เวลาที่มีคนเข้ามาดูคันเดียวกับเราเราก็คุยส่งไปเลย สนุกดีครับ...


-ดูหัวหน้างานว่าทำอะไรอย่างไร เมื่อไหร่ เรียนรู้เเละจดจำ สนุกไม่เเพ้กัน


-การกล่าวลาแยกย้ายกันอย่างมีชีวิตชีวาของเพื่อนร่วมงาน   "เเล้วเจอกันงานหน้าครับผม !!!"






งานสอง  วันที่ 2 มิถุนายน 2555 งานแจกเเละขาย สาหร่ายมาชิตะ ที่ปั๊ม Jet(ปตท.) สายสุพรรณ-นนทบุรี


     เป็นอีกงานที่สนุกมากๆครับสำหรับผม อาจจะเป็นเพราะว่าผมอยู่กับการขายมานาน ที่บ้านผมเปิดร้านขายของชำ เจอลูกค้าทุกวันตอนไหนยุ่งๆ ก็คร๊า บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกเดียว สั่งก่อนได้ก่อนสั่งทีหลังได้ทีหลัง  วันไหนมีลูกค้ามานั่งเมาที่บ้านเราก็ฝอยกันจนน้ำลายเหนียวเลยก็มี


   วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เรามาถึงที่ปั๊มกันตั้งเเต่หกโมงครึ่ง(ตื่นตีสี่)เห็นจะได้ สมาชิกทั้งหมดก็ 6 คน แบ่งสองทีม ทีมหน้าโหดอย่างผมขายสาหร่าย โดยมีพี่เเนนสาวพริตตี้น่ารักๆเป็นจุดขาย ส่วนพี่ฟิกหัวหน้างานอยู่ประจำบูธ  อีกทีม มี แยมสาวน้อยน่ารักๆ วัย 22 ปี คอยยืนเเจกเครื่องดื่มบีอิ้งอยู่ใกล้ๆกัน เเล้วก็น้องอิมลูกสาวบอสมาช่วยด้วย(สงสัยคุณพ่อจะบังคับให้มาเรียนรู้งานครับ เเต่ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี) ฝ่ายชายก็เป็นหนุ่มหน้าใสร่างเพรียวจากอุบลฯ  นายแม็กซ์ ที่ไปสมัครงานพร้อมๆกับผมนั่นแหละครับ


   งานวันนี้เรียกได้ว่าผมสนุกตั้งเเต่เริ่มงานเลยครับ เพราะเมื่อมาถึงพี่ฟิกก็ชวนผมให้เข้าไปเบิกสาหร่ายกับเครื่องดื่มบีอิ้งจากในร้าน jiffy เพื่อนำออกมาจำหน่ายครับ  ผมสงสัยว่าทำไมต้องเบิกพี่ฟิกก็เลยอธิบายให้ฟังสรุปใจความได้ว่า  เรามาทำตลาดให้สินค้าชิ้นนี้ เราก็สามารถไปเบิกของจากร้านสะดวกซื้อของปั๊มนั้นๆได้เลย โดยเราสามารถขายราคาถูกกว่าหน้าร้านได้ เเละหลังเสร็จงานเราก็รวมยอดส่งให้ทางร้าน หากของเหลือก็ส่งคืน
    เมื่อได้สินค้ามาเเล้วก็เริ่มกันล่ะครับ ไอ้ผมก็เคยเห็นเด็กแจกใบปลิวที่หน้ารามฯมานักต่อนัก ดูชำนาญกันดีเหลือเกินผมก็เลยติ๊งต่างเอาว่าผมคือเด็กแจกใบปลิว เเต่สิ่งที่ผมแจกคือ สาหร่ายมาชิตะ แบบชิม ซองเล็กๆ อยู่ในมือ เวลามีคนเดินผ่านผมก็ยื่นส่งให้อย่างจริงใจพร้อมกันพูด  "สาหร่ายมาชิตะแจกชิมฟรีคร๊ า บ บ บ บ บ บ   ยังไงถ้าอร่อยมาสอบถามที่บูธได้เลยครับ ราคาถูกกว่าหน้าร้านเเน่นอน"   ยิ่งถ้าน้องๆหนูๆมา ผมก็จะฉีกยิ้มให้อย่างกว้างๆเลยครับ ยิ้มอย่างธรรมชาติเสียด้วย ถามว่าทำไมถึงรู้ เพราะผมเป็นคนยิ้มไม่เป็น ถ้าสั่งให้ยิ้มผมทำไม่ได้ เเต่ถ้าเจอเรื่องน่ารักๆน่ะผมยิ้มได้ เด็กๆตัวเล็กๆเดินมากับคุณพ่อคุณแม่ก็น่ารักครับ ผมก็เลยแจกยิ้มซะยกใหญ่ "ตัวเล็กหวัดดีคร๊าบ อ๊ะนี่พี่แจกสาหร่ายไปชิมน๊า  นี่ของคุณแม่คุณพ่อด้วยคร๊าบ ยังไงถ้าอร่อยก็มาอุดหนุนกันนะครับ"   ทุกครั้งที่แจกซองชิมฟรี ความสุขที่ได้รับเเบบปัจจุบันทันด่วนก็คือคำขอบคุณเเละรอยยิ้มเล็กๆของผู้ที่ได้รับครับ ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ หรือวัยไหนๆก็ตาม ผมรู้สึกว่า คำขอบคุณมันมีค่ามากเหลือเกิน เเละผมก็ดีใจที่ได้รับมัน


   บางครั้งผมกับพี่แนนก็ต้องออกเดินไปหาลูกค้าเองครับโดยที่ทิ้งพี่ฟิกไว้ประจำบูธ(จริงๆผมรบเร้าให้ไปอยู่เหมือนกัน เเต่พี่เขาไม่ไป ผมเลยต้องไป)  พี่เเนนเป็นหน่วยหน้าส่วนผมเป็นหน่วยเสริมครับ พี่เเนนจะเข้าจู่โจมก่อน คือเข้าไปเเจกชิมฟรี เเละถามว่าสนใจซื้อไหม ส่วนผมก็ส่วนเสริมครับ "สำหรับวันนี่นะครับ เราขายกันถูกกว่าหน้าร้านถึง 2 บาทเลยทีเดียวครับ ถ้าซื้อ 5 ซองมูลค่า 90 บาทประหยัดจากราคาจริง 10 บาทเราเเถมน้ำดื่มตราสิงห์มูลค่า 7 บาทให้ฟรีทันทีครับ รวมเเล้วประหยัดได้ถึง 17 บาทเลยนะครับผม  หรือว่าจะชื้อแบบ เเพ็คเลยก็ได้ครับ 108 บาท หกซอง เเถมน้ำสองขวด ประหยัดทันที 26 บาทเลยครับผม...ยังไง ซื้อติดรถไว้ไม่เสียหายเเน่นอนครับ ทานเพลินคุยสนุกเเก้เหงาไปตลอดทางครับผม"


บางทีผมก็ชอบคุยเรื่อยเปื่อยครับ เช่นถามว่าจะไปไหน เที่ยวไหน ถ้าบอกว่าเทียวนั่นโน่นนี่ผมก็เสริมเติมเเต่งไปครับ เช่นไปเลี้ยงแกะผมก็ "โอว้ เยี่ยมไปเลยครับผม ยังไงอย่าลืมถ่ายรูปอัพลงเฟชบุ๊คกันนะครับ คนอื่นจะไปอิจฉาตาร้อนกันไปเลย...ผมเองก็เคยไปถ่ายที่สวนผึ้งมันเยี่ยมมากเลยครับ  ยังไงก็ขอให้สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวนะคร๊า บ บบ บ บ "


บางทีผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อยแหกปากตะโกนท่องกลอนเล่น ระหว่างขายก็มีเหมือนกัน ก็อย่างที่บอกผมทำเอามันส์
"เมาไม่ขับ นอนหลับที่ตักเมีย พอหายงัวเงีย เเล้วค่อยชวนเมียชิมมาชิตะ"  หรือ "ง่วงอย่าขับ หลับให้สบายใจ กินมาชิตะเพลินไซร้ พอมั่นใจเเล้วไปตอ"  ใครได้ยินเข้าก็ขำกันคิกคักๆเลยครับ  เเค่เห็นพวกเขาสนุก ยิ้มได้หัวเราะออกผมก็รู้สึกดีเเล้วล่ะครับ   เเม้จะไม่ซื้อก็ตามที ...


การขาย เราทุกคนย่อมรู้ดีว่ามีขายได้กับขายไม่ได้ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เเต่อย่างน้อยๆผมก็ไม่ได้สนเรื่องยอดขายอยู่เเล้ว เพราะผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เเต่ถ้าทีมอื่นขายได้มากกว่าเราเราก็รู้สึกเเย่นิดหน่อยล่ะครับ ดังนั้นเเล้วงานนี้ผมเอามันส์เอาสนุก เอาความสะใจเข้าว่ากันล่ะครับ ลด แลก แจก แถม เชียร์กันสนั่นอย่างกับเปิดท้ายขายของมือสองกันเลยทีเดียวครับ เล่นเอาพี่ฟิกพี่เเนน เเละคนอื่นๆที่มาด้วยอดยิ้มเสียมิได้ในลีลาการขายของผม

เเต่จะว่ากันจริงๆเเล้วมันคงไม่ออกมาดีเท่าไหร่ครับถ้าผมไม่สนุกกับมัน   อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกดีกับงานครั้งนี้คือ ทุกครั้งที่เราขายได้ เราก็จะขอบคุณลูกค้า เเละต่อด้วยว่า"ขอให้สนุกกับการเดินทาง เเละขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยนะครับ"  ผมพูดออกมาจากหัวใจ เเละได้รับคำขอบคุณกลับมา นั่นถือว่าสุดยอดมากๆเเล้วครับสำหรับผม...ผมรู้สึกพอใจในตัวเองมากขึ้น



แพ็คสุดท้ายขายยากมากๆ ไม่รู้เป็นยังไงครับ ชุดสุดท้ายเเล้ว 108 บาท แหกปากเเทบตายก็ไม่มีคนเข้ามาซื้อ เเต่พอจะขายได้ก็มีลุงคนนึงเดินตรงเข้ามาหน้านิ่งๆ เเล้วบอกว่า "ผมเอาชุดนึงครับ" เท่านั้นแหละครับผมรีบกุรีกุจอหยิบจับจัดใส่ถุงอย่างขมีขมัน รับเงิน ทอนเงินอย่างรีบด่วน เเละกล่าวขอบคุณ พร้อมกับอวยพรส่งอย่างเต็มอกเต็มใจ


"พี่ฟิกผมเฮได้มั๊ยเนี่ย เหนื่อยชิบเลยเเต่ก็มันส์ดี " ผมพูดยิ้มๆกับพี่ฟิก ที่กำลังนั่งนับเงินอยู่กับพี่แนน..
"เอาดี๊"  พี่ฟิกตอบสั้นๆ
"เย่    หมดเเล้วโว๊ย กลับบ้าน นอน ฮ่าๆๆๆ" ผมร้องออกมาดังเอาเรื่องอยู่เหมือนกันเเต่ไม่ถึงกับตะโกน


เล่นเอาพี่ฟิกเเละทุกๆคนหัวเราะครืนออกมาเลยทีเดียวครับ.....


จากนั้นเราก็เก็บของเดินทางกลับเเยกย้ายพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้มีงานต่อ...ซึ่งก็ไม่ใช่งานไหนครับ ผมได้งาน เดิมที่ทำไปเมื่อวานนั่นแหละครับ ซึ่งผมก็คล่องขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว อิอิ






"ทำอะไรก็ได้ที่สนุกเเล้วได้ตังค์"  น้าตั้มเคยสอนผมได้แบบนั้น...วันนี้ผมถึงเข้าใจ !!