วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

3 คืน 4 วัน 1000กิโล ปาย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ปาย....

เอาล่ะครับท่านผู้อ่าน ก่อนอื่นเลย ขอออกตัวเเบบล้อฟรียกหน้าท้าอันตรายเลยเเล้วกันว่าอย่าหวังรูปสวยอย่างหวังเนื้อหาดีๆ คิดซะว่า บทความเรื่องราวชุดนี้มีไว้อ่านตอนเข้าส้วมนะครับ ท่านผู้ชม....
   
    เริ่มเลยเเล้วกันเดี๋ยวจะว่ามันพูดพล่ามอะไรของมันหว่า คืองี้ครับ จริงๆเเล้ว ผมลางานไว้เเล้ว ตั้งเเต่วันที่ 19 ต.ค. เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน จองตั๋วครื่องบินเรียบร้อย เเต่พอเอาเข้าจริงๆถึงเวลาทางบ้านโทรมาบอกว่าไม่ต้องมาเเล้ว เขาไม่ต้องการว่างั้นเถอะ? อ๋อไม่ครับ เลื่อนไปให้กลับสิ้นเดือนแทน.... แหม่ เอาเเล้วซิ ตั๋วเครื่องก็จองเเล้ว จะขายต่อ จะคืน จะเปลี่ยนก็คงจะยุ่งยาก วันลาก็เรียบร้อย เอาไงดีหว่า ผมนุ่งคิดนอนคิดดิ้นไปมาจิกผ้าปูที่นอนเเทบจะขาดออกไม่มีชิ้นดี สรุปกับตัวเอง "ไปก่อนเเล้วค่อยว่ากัน" (อ้าว บ่นเสียยืดยาว ยังไม่ได้บทสรุป !!! ) สายวันที่ 19 ผมทำการเช่ารถทันที เหตุผลน่ะเหรอครับ รถเช่าไม่โดนจับ เเละรถผมเองก็สภาพย่อยยับเต็มทน จ่ายเงินเพียงเเค่วันเดียวเท่านั้นคือ 200 บาทสำหรับ Click 125 นอกนั้นค่อยกลับมาจ่ายตอนคืนรถ .... พี่เขาถามว่า ไปเชียงใหม่อีกเเล้วสิ  ครับไปซื้อของน่ะพอดีที่รีสอร์ททำห้องเพิ่มต้องการของนิดหน่อย ผมตอบ (คิดในใจ ถ้าจะบอกว่าเอารถไปยำแกก็ไม่ให้เช่าน่ะสิ หึหึ)
 
เรียบร้อยได้รถเเล้ว ก็กลับไปรีสอร์ทจัดเตรียมของ หยิบเป้ที่เตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนเหวี่ยงพาดขึ้นบ่า สั่งความแก่เพื่อนร่วมงานไว้ (หากกูไม่กลับมา ถูห้องให้กูด้วย) ยกมือขึ้นจบเหนือหัวบอกกล่าวเรียบร้อยเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ก็ เร่งเครื่องใส่ล่ะครับ ขณะนั้นก็ได้เวลา สิบเอ็ดโมงนิดหน่อย ถือว่าสบายๆ ครับ เวลาเหลือๆ  ระหว่างทางผมเห็นรถ Mio คันเล็กๆ รุ่นเเรกๆ คันหนึ่งวิ่งอยู่เบื้องหน้ากะว่าจะแซงขึ้นไปให้จบๆ แต่ดูว่ามันช้าจนผิดแปลกไป เลยขี่ตามจี้บ้างทิ้งระยะห่างบ้างบางช่วง จนทำให้เห็นว่า เป็นสองผัวเมียหนุ่มสาวชาวต่างชาติ หญิงสาวผู้ซ้อนนั้นอุ้มลูกน้อยไว้ในหว่างขาประคองด้วยมือขวา มือซ้ายจับชายเสื้อสามีไว้ พ่อเของเด็กมีหน้าที่ขับ หว่างขามีเป้ใบใหญ่เสียบอยู่ เรียกได้ว่าขาขยับไม่ได้เลยครับ ท้ายรถยังมีกระเป๋าเล็กอีกใบหนึ่งห้อยพ่วงมาด้วยปิดไว้ตรงป้ายทะเบียน ตะกร้าหน้ามีผลหมากรากไม้พร้อมขวดน้ำยัดอยู่แทบไม่มีที่ว่าง ผมขับตามไปก็คิดไปเรื่อยตามประสาคนคิดมาก เขาจะไปไหนกัน ทำไมพวกเขาไม่โดยสารรถประจำทาง ท้ายสุดพวกเขารักกันปานใดหน่อ จึงมาร่วมหัวจมท้ายกันขนาดนี้ ความรักของพวกเขามันคงจะเเน่นแฟ้นเกินกว่าใครจะคาดคิดไปถึง เเล้วเด็กนั่นเล่าเขาคิดอะไรอยู่ ??
     ช่วงนั้นเป็นช่วงขึ้นเขายาวทางดีบ้างเสียบ้างเพราะการก่อสร้างทางสัญจรใหม่ของหลวงเขา ผมเลยไม่เเยกห่างไปทางใด กลัวว่าเขาจะรถเสียหรือมีเหตุการณ์อันใดขึ้นได้เเต่ขับตามหลังอยู่ห่างๆ  นานเท่าใดไม่ทราบได้ตลอดการขับตามหลังนั้นเราก็ขึ้นมาสุดยอดเขา นับจากนี้ไปก็จะเป็นทางลาดลงเขาเสียส่วนมาก ผมเลยปลีกตัวเเซงออกมา ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลยเพราะมันเป็นทางที่ผมใช้ประจำอยู่เเล้ว จะเปลี่ยนไปบ้างก็การทำทางนั้นเเหละครับ ที่ทำให้ถนนนั้นเป็นอุปสรรคในการเดินทาง บางช่วงเปียกชุ่มทำให้ล้อหลังผมสบัดอยู่บ่อยๆ บางช่วงแห้งกรังอย่างกับไม่โดนฝนมาแรมปีแถม
ด้วยกรวดหินซึ่งเเน่นอนว่า ผมมาด้วยความเร็วกรวดเหล่านั้นทำให้รถเกือบเสียหลักไถลไปหลายรอบ ทั้งฝุ่นคลุ้งกระจายเป็นม่านหนาตา มองไม่เห็นในระยะไกลจึงต้องใช้ความระวังสูงทีเดียว เเต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ไม่ได้ยาเย็นนัก ....
     ที่แม่ริม ผมแวะทำธุระให้พี่สาวเล็กน้อย ราวบ่ายสองครึ่งก็เรียบร้อย..ร่างกายผมล้าเหลือเกิน เพราะความคิดที่คิดไปตลอดทางว่า กูจะไปไหนดี ใจหนึ่งอยากไปน่าน เพราะน่านน่าไป ไกล เเละสามารถขับรถไปกลับเป็นวงกลมได้นั่นคือความไม่จำเจของเส้นทางซึ่งผม เป็นพวกชอบเสียด้วย เรียกได้ว่าเป็นประเภทที่ มีหลุมตรงไหนโดดใส่มันเลย ทำน้องนั้น จากแม่ริมกว่าจะเข้ามาถึงช้างเผือกก็ราวบ่ายสาม เอถ้าจะยิงยาวไปน่านเลยเห็นทีจะไม่ได้การเเล้ว เลยหาที่พักเเถวนั้น ก็ไม่ยากครับ เเถวนั้นมีมหาลัยอยู่ ห้องพักเลยหาง่ายหน่อย เรียบร้อยเช็คอินเสร็จก็อาบน้ำพักผ่อนเอาเเรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ที่จะต้องขับรถไกลร่วม 300 กิโลเมตรทีเดียว


     คุณเคยชอบใครไหมครับ แค่ชอบนะ ไม่ได้รัก ไม่ได้อยากจีบ ไม่อยากได้เป็นแฟน เเค่อยากให้มีกันแค่สองคนน่ะ คือแบบ เป็นแค่คนๆหนึ่งที่เราเห็นหน้าก็มีความสุขเเล้ว เป็นไหม?  ผมเป็นครับ ....ขณะที่ผมกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง ผมก็คิดถึงใบหน้าเธอขึ้นมาเสียงั้นแหละ เเค่คิดก็ยิ้มเเล้ว เอาวะ ไหนๆ ผมก็รู้ว่าเธอทำงานที่ไหน อยู่เเล้ว ไปทักทายซะหน่อยจะเป็นไรไปหาข้าวกินด้วยคิดเเบบนั้นเเล้วกัน คิดได้ดังนั้นเเล้วเรี่ยวแรงก็ไม่รู้กลับมาจากไหน เเต่งเนื้อตัวอาบน้ำหอม เเล้วดิ่งลงมาที่ลานจอดรถทันทีครับ ที่ที่เธอทำงานห่างออกไปราว 15 กิโลเมตร ขณะนั้นก็ทั่มเศษเห็นจะได้ ผมบึ่งรถออกไปทันที่ด้วยหัวใจที่กระชุ่มกระชวย คือบอกเเล้ว ว่าเเค่ชอบ ไม่ได้หวังอะไร พอคิดเเบบนี้เเล้วมันสบายแบบบอกไม่ถูกเลยนะครับ ไม่เชื่อ ลองดูได้ !!!
     ไม่กี่อึดใจผมก็มาถึงร้านที่เธอทำงาน เข้าไปในพื้นที่ร้าน เเต่เลือกที่จะนั่งข้างนอก ผมเลือกนั่งหันหลังให้ร้านเพราะรู้ว่าเธอจะต้องเดินเข้ามาทางข้างหลังผม แน่ล่ะ ผมมองเกมส์ไว้เเล้ว ว่าจะตอบเธอทุกคำถามแบบไม่มีปิดบัง เเละจะไม่จีบเธอด้วยเพราะการจีบคือการแสร้งทำเเต่ส่วนดีเพื่อหวังผล  "สวัสดีค่ะรับอะ.." ยังไม่ทันจบประโยค เธอหยุดคำพูดไว้เเค่นั้นเมื่อมองชัดว่าเป็นผม(มันนี่เอง) เเล้วก็ม้วนตัวหันหนี จะยิ้ม จะหัวเราะ จะหน้าแดงผมก็สุดที่จะบรรยายได้ ผมก็ไม่น้อยหน้า เพียงเเต่ว่าทุกอย่างผมตั้งใจมาเเล้ว  "มาได้ไงเนี่ย" เธอพูดพร้อมกับวางเมนูลงต่อหน้าผม อีกมือก็ฟาดเพี๊ยะเข้าให้ที่หลัง มันไม่ได้เจ็บอะไรนักหรอก หากเเต่ข้างในเนี่ยสิ สั่นไม่เป็นจังหวะเเล้ว  ผมก็ทำทีเปิดหาไรกินไป แต่ก่อนอื่นไปดูหน้าเครื่องดื่มก่อนล่ะครับตามสไตล์ "เหล้าถึงใคร เมื่อไหร่ถึงผม" ได้ครื่องอื่มที่หมายมั่นไว้ เเล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ น่ารัก น่ารักจริงๆ ไม่ได้สวย ไม่ได้น่ารัก เเต่ น่ารัก เข้าใจไหม "มีไรแนะนำบ้างล่ะหื้อ"
เธอมองไปเบื้องหลังของผมซึ่งมี กระดานดำเขียนเมนูเเนะนำไว้ เธอพยายามเพ่งให้เห็นเเต่สุดท้ายก็ต้องขยับเเว่นที่ทัดไว้บนหัวลงมา เเล้วก็อ่านทีละเมนูเบา  ๆ.... แต่ผมไม่สั่ง !!! ตายรังเดิมเอ็นไก่ทอดสมุนไพร "ไม่ต้องรินเองนะเดี๋ยวรินให้" เธอพูดขึ้นขณะที่ผมจะรินเบียร์เอง  "งั้นพี่ก็ต้องยกบ่อยๆสินะ เมย์จะได้ไม่ต้องไปรินที่ไหนไกล" ยกเเล้วยกอีก จิบทีละนิดแต่บ่อยเหมือนกับว่า วางแก้วลงบนดต๊ะ พอได้ยินเสียงก้นแก้วกระเเทกโต๊ะดังโป๊กก็จับยกขึ้นซดอีก  การพูดคุยเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ เธอถามว่า หาเจอได้ไง ก็บอกไปว่าเห็นรูปในเฟสน่ะ  ถามว่าทำไมถึงมา ...ตอบไปง่ายๆ ว่าคิดถึงเลยมาหา   เมื่อเธอถามว่า ชอบทำไม ....ความรัก ความหลงความสุข มันไม่เหมือนกันนะ พี่แค่มีความสุขพี่ก็เลยมา ไม่ได้รัก ไม่ได้หลง
ทุกอย่างดำเนินไปในเเบบที่มันควรจะเป็น แต่การวางตัวของเธอดีมาก เธอเรียกผมอา(จริงๆ อายุเราเท่ากันนะครับ  เเต่ด้วยทีเธอเป็นพวกสาวกพื่อชีวิต ใน วงการนี้ จะเรียกกันน้า อา ลุง อะไรเทือกๆนี้แหละ เช่น น้าหมู น้าหงา อาหว่อง ) ส่วนผมก็คุยแบบเปิดไปเสียหมด มันเลยเหมือนไม่ค้างคา มันสบาย เเละมันเหมือนได้เพื่อน (เฉยเลยสาดดดดด....) เกือบเที่ยงคืนผมก็เช็คบิล เเละออกมาจากร้าน ก่อนออกมาเธอก็ บอก ขอบคุณนะ พร้อมกับเข้ามากอดผม ผมไม่กล้ากอดก็ได้เเต่โอบเธอด้วยเเขนซ้ายเท่านั้น เธอสูงเเค่ปลายคางผมเอง...ผมอยากจะรักคุณถ้าคุณไม่ห้าม แต่คุณก็ยังตัดเขาไม่ขาด
       ก่อนกลับผมเลยเเวะไปหาไรร้อนๆ ใส่ท้องหน่อย ...ว่ากันว่าเเถวแม่โจ้มีร้านซุปดูกในตำนาน อย่าพลาดครับมาทั้งที หาไม่ยากอยู่ที่ปากเรานี่เอง  ก่อนที่จะกลับมานอนหลับปุ๋ยในห้องเพียงลำพัง...

เช้า วันที่ 20 อันสดใสมาถึง...ตัวผมซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่มีกลิ่นหอม ขดตัวเพราะเปิดแอร์เย็นจัด แสงจ้าแห่งวันเเรกแยงตา ยากที่จะเปิดขึ้นได้จึงต้องค่อยๆขยายเปลือกตาขึ้นทีละน้อย มือเอื้อมไปความหารีโมท เปิดทีวีพอให้มีเสียงเป็นเพื่อน เมื่อสติกลับมาพร้อม สายตาเบิกโพลงเพราะเเสงสว่างนั้น  ชิบหายบ่ายเเล้ว ผมร้องกับตัวเองในใจพร้อมกระโดดรุกขึ้นจากเตียง คว้านาฬิกาข้อมือที่ผมถอดไว้มาดู 07.30 น. อ่อ โล่งอกไปที .... เเสงมันจ้าเพราะห้องผม มันหันรับแดดแบบเต็ม ๆ คนเรานี่มีชีวิตตามแสงจริงๆ ว่าไหมครับ พอค่ำลงก็ง่วง พอสว่างก็ตื่น ดังนั้นใครอยากตื่นเช้าก็พยายามเปิดช่องรับแสงก่อนเข้านอนไว้เยอะๆนะครับ ส่วนใครอยากหลับเร็วก็ปิดช่องรับแสงให้หมดเช่นกัน...จัดการตัวเอง อาบน้ำ เก็บของลงเป้เรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อเลยเเล้วกันครับ  สัก แปดโมงเศษล้อก็เริ่มหมุนอีกครั้ง อากาศเช้านี้สบายๆ แถมเส้นทาง เมื่อออกจากตัวเมืองมาไม่ได้นักก็มองเห็นขุนเขา ป่าไม่ เย็นสบายรอบตัวไปหมด  เกือบชั่วโมงที่ผมออกเดินทางก็มาถึงเเถวๆ ปางแฟน บนทางหลวงหมายเลข 118 ครับ เเวะหาข้าวกินเพราะตอนนี้รู้สึกหิวมาก ร้านหาหารเเถวนี้หายากครับ เจอต้องเเวะเลยอย่าหวังน้ำบ่อหน้าเวลาหิว ร้านข้าวขาหมู ขาหมูดันหมดเพราะมีลูกค้าชุดก่อนหน้าจัดการไปเเล้ว ก็เลยได้คากิมาหนึ่งจานพอให้ผ่านมื้อนั้นไปได้ ขณะกินก็คิดเล่นๆ .... ปางแฟน ผมย้ำกับตัวเอง  ปางช้างมันก็มีช้างเลี้ยงไว้เต็มไปหมด อยากได้ช้างไปปางช้าง ส่วนถ้าอยากได้แฟน ก็คงต้องที่นี่สินะ ปางแฟน  คิดเอง ก็หัวเราะ หึหึ ยุคนเดียว เรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อล่ะครับ ไม่ได้ออกมาอีก ร้านกาแฟ แหม๋ ให้มันได้อย่างงี้ กินข้าวเเล้วก็ต้องจัดกาแฟหน่อยสิครับ ไม่งั้นไม่ฮิปนะ  ร้านกาแฟชมวิวริมทาง ....กาแฟหอมๆ อากาศสดชื่นเหมือนดมยาโป๊ยเซียน อะไรมันจะสุไปกว่านี้ล่ะครับ เเวะพักสักหน่อยคงไม่เสียเวลามากมิใช่หรือ 



ผมเสียเวลากับตรงนี้ ไม่สิ จริงๆ เเล้วเราไม่ควรใช้คำว่าเสียเวลาในการเดินทางครั้งใดเลย เพราะตลอดการเดินทางเรามีเเต่ได้กับได้ ... เรียกว่า ผมใช้เวลาจะเหมาะกว่า เอ้าต่อครับต่อ ผมใช้เวลากับการหย่อนอารมณ์เเละผ่อนคลายก้นอันเมื่อยขบนี้ร่วมครึ่งชั่วโมงทีเดียว จิบกาแฟ ชมวิว เล่น จักกะริ่งบอล(โยนบอลสามลูก) จากนั้นก็เดินทางต่อครับ ... สักพักได้กลิ่นกำมะถัน ลอบโชยลมมาเหมือนอะไรร้อนๆ ผุดขึ้นจากผิวดิน  เบื้องซ้ายไกลออกไปเป็นภูเขาทั้งลูกที่ไม่มีต้นไม้ มีเพียงไร่ข้าวโพดเท่านั้น  เเละมันก็จริงดังว่า บ่อน้ำพุร้อนนั่นเอง  เเวะเสียหน่อยครับเพราะเราจะไม่กลับทางนี้ตอนขากลับ


แวะอึดใจเดียวเท่านั้นเก็บภาพ ซื้อน้ำเปล่าสักขวด เเล้วก็ไปต่อ เพราะถ้าเราเสียเวลาระหว่างทางมาก ก็จะถึงจุดหมายช้าไป เเต่กไม่ได้หมายคามว่า จะหว่างทางจะไม่สำคัญก็ไม่ใช่อีก .....ยิงยาวๆ ครับ จากจุดนี้มุ่งหน้าเข้ามาแม่ขะจานก่อน เเล้วค่อยตามป้าย พะเยา การเดินทางต้องมีทิศทางเเละแผนที่นะครับ วึ่งปัจจุบันอะไรก็ง่าย เเค่มือถือเครื่องเดียว ผม จะดูประกอบไปกับความจริงว่าเราอยู่บนเส้นทางไหน จะไปเเตกที่ตรงไหน  เช่นตอนนี่ผม จะไปน่านใช่ไหมครับ เเต่เรายังอยู่บนเส้นทาง 118 มุ่งหน้าเชียงราย เท่าที่ผมดูในแผนที่ผมจะเเยกที่ ตำบลแม่ขะจาน ดังนั้น ผมไม่ต้องดูแผนที่บ่อยๆครับ ตั้งเข็มเเม่ขะจานก่อน ระยะทางระหว่างอำเภอเราดูได้จากหลังกิโลเมตรอยู่เเล้ว พอถึงเเม่ขะจาน ต้องเเยกเเล้ว ทุกทางเเยะจะบอกที่ไปเเละหมายเลข ผมก็จำเลขเอาจาก 118 เราจะตัดไปเส้นหมายต่อ แบบนี้ครับ ง่ายๆ ในการเดินทาง มองภาพใหญ่ให้เข้าใจ เเล้วตัดจุดหมายออกมาเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกเลย 

    ราว  13 กิโลเมตร จากบ่อน้ำพุร้อน ผมก็มาถึงแม่ขะจาน  เลี่้ยวขวาเข้า ถนน หมายเลข 120 จุดหมาย พะเยา ระยะทางก็ร่วม 8 กิโลเมตรครับบนเส้นทางหมายเลขนี้ เเต่เส้นทางดีเหลือเกิน เรียบไม่มีเศษกรวด ตัดไประหว่างหมู่บ้าน ที่มีกระจัดกระจายไปตามทาง เขาป่าพนาเขียวอยู่ตลอดสองข้างทาง  ไร่สวนมีบ้างเล็กน้อย เเล้วเราก็ไต่ระดับ เมื่อมาถึงครึ้งทางขึ้นเขาสูง ทางคดเชี้ยวเลี้ยวลด ตีโค้งสาดยาวๆ ครับเพลินไปอีกแบบ จุดอันตรามีน้อยมาก ระวังเเค่ความเผลอของตัวเองเท่านั้น เพราะเราขับเพลิน เเละเพื่อนร่วมทางน้อย อาจจะเหงาเอาได้  ระหว่างนั้น ก็เจอสองนักปั่นครับ ...ผมล่ะนับถือใจพวกเขาจริงๆ ไอ้ผมซิ่งพันโลก็พอไหว เเต่นี่ ปั่นครับปั่น คู่รักปั่นด้วยกัน น่าจะมีความสุขนะว่ามั๊ย? (นี่กูคุยกะใครวะ )
ใกล้ พะเยาเข้าไปเป็นลำดับ มาถึงจุดชมวิว เเวะชมวิวกว๊านพะเยากันหน่อยครับ เพื่อนผมลงรูปกันหนักหนา ครานี้แหละขอเห็นกับตาหน่อย ณ จุดชมวิวนี้ เเต่เวรของกรรมหรือจะกรรมของเวรมิทราบได้ ฝนครับครึ้นฟ้ามาเลย มองไปเลือนรางไม่ชัดเจน เเต่ผมก็ยืนชมวิวอยู่นาน จากระยะสายตานี้ กว๊านพะเยาที่เขาว่า น่าดูชมไม่หยอก เห็นที่จะต้องเข้าไปเห็นกับตา ได้ได้เสียเเล้ว 

 ความรัก นักเดินทาง
 ถนน เนี๊ยนเนียน


 เรียบ โค้ง เป็นมัน มันส์จริงๆ 
 จุดชมวิว
จุดชมวิว

จากจุดชมวิวนี้ก็ความว่าไม่น่าจะไกลเเล้วล่ะครับ มองเห็นอยู่ทนโท่นี่ไง ไปกันเล้ยยยยยยยยย.....สามสี่อึดใจใหญ่ๆ ตอนนี้อยากจะถึงอยากจะยืดแข้งยืดขา ก้นเมื่อยชาจนไม่รู้สึกไปหมดเเล้ว ก็มาถึงจนได้ครับ พอเข้าเขตเมืองที่ถนนสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ ก็ต้องใช้แผนที่กันหน่อย ตั้งเข็มเเล้วตามไปเลย สุดท้าย.......สุดท้ายยยยยย ว่างเปล่า เห้ยไม่ใช่พี่ป๊อด  สุดท้ายก็ได้เห็ยชายน้ำจนได้ สบายจริงๆ โล่งออกมากๆ ขับลักเลาะไปตาม ริมน้ำบนถนนที่คราคร่ำไปด้วยรถเเละร้านรวงริมน้ำทั้งร้านอาหารที่พักต่างๆ ร้านกาแฟ ผมว่ายามค่ำคืนริมกว๊านน่าจะมีหนุ่มสาวเเละนักท่องเที่ยวออกมาเดินพบปะสร้างบรรยากาศคึกคักไม่น้อยทีเดียว เเต่นี่มันเที่ยง คนไม่เยอะ  มีเเต่นักตกปลาที่พาสาวมาด้วย เห็นเเล้วใจสั่นเลยครับ ไอ้เรามันตัวคนเดียวนี่หว่า บอกชอบสาวไปกลายเป็นว่าได้น้องสาวมาซะงั้น เวรจริงๆ ....ลูกเด็กเล็กแดงก็วิ่งเล่นใต้ร่มไม้เเถวนั้น พ่อตกปลา เมียกะเเม่ยายก็เลี้ยงไอ้ตัวเล็กไปตามระเบียบ



ผมมุ่งมาที่ลานพ่อขุนงำเมืองเลยครับ ตั้งใจว่าจะเเวะมาสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลเเก่การเดินทางหน่อย  ธูปเทียนไม่ต้องเลยครับ คนอย่างผม นิ่งๆไว้ตั้งจิตมั่นเเล้วกล่าวเลยครับ เป็นใครมาจากไหนจะไปไหน เเละอย่าขออะไรไปกว่าความสุขสวัสดิ์ ปัญญา เเละความกล้าหาญ ถ้าขอให้ถูกหวยรวยเบอร์ เจอเนื้อคู่ที่ดูดีมีเสน่ห์บ้านรวย รักเดียวอะไรเทือกนั้นผมว่าท่านคงต้องทำงานหนักเกินไปนะครับ กว่าจะทำให้คนขอสำเร็จผล

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ทุกวันเป็นวันของเรา...เราเลือกมมันได้

วันทุกวันเป็นวันของเรา...เราสามารถเลือกได้ว่าวันนี้เราจะมีความสุขหรือจะมีทุกข์ ด้วยการพูดกับตัวเองก่อนที่จะยกก้นขึ้นจากเตียง "วันนี้ฉันจะมีความสุขเว้ย" หรือ "วันนี้มันเเย่จริงๆ ไม่อยากออกไปไหนเลย"

ถ้าคุณเลือกที่จะมีทุกข์                                          ถ้าเลือกจะมีสุข
- คุณจะอาบน้ำล้างหน้าแบบเซ็งๆ                               -คุณจะเปิดเพลงเบาๆขณะ
                                                                       อาบน้ำฮัมเพลงไปด้วย

-คุณอยู่บนรถ กำลังไปเรียนหรือ                              -คุณน่าจะไปก่อนเวลาสัก
ทำงาน คุณอาจจะคิดว่ามันคงจะทำ                           สิบนาทีนั่งนิ่งๆเเล้วมองตำ
ตามที่เจ้านายสั่งหรือยากที่จะเรียน                            รา(เเละเอกสารงาน) เเล้ว
เข้าใจในเรื่องนั้นๆ                                                 หายใจลึกๆ ก่อนที่จะพูด
                                                                        ว่า "กล้วยๆว่ะวันนี้ ^^"

-มื้อเที่ยงของคุณจะแสนเเย่ที่สุด                              -มื้อเที่ยงของคุณจะเยี่ยม
ถ้าคุณคิดว่าวันนี้ก็คงเป็นร้านเดิม                               มากถ้าลองเมนูใหม่ๆ เเล้ว
คนเดิมๆที่สั่งเมนูเดิมๆ คุยเรื่องเดิมๆ                           ติดมือไปฝาก รปภ. หรือ
                                                                        แม่บ้านสักถุงนึงพร้อมกับ
                                                                        บอกพวกเขาว่ามันอร่อยนะ
                                                                        ฉันจึงซื้อมาฝาก,ตอนกินข้าว
                                                                        ลองชวนเพื่อนคุณเรื่องใหม่ๆดูสิ
                                                                        เสื้อผ้าใหม่ หนังเข้าใหม่ ที่เที่ยว
                                                                        เเล้วคุณก็จะเป็นที่รักในหมู่เพื่อน

-เย็นนี้บนท้องถนนมันจะแย่สุดๆ                               -เเต่มันจะเยี่ยมมากๆถ้าคุณ
ถ้าคุณลองบีบแตรให้รถสักคันหนึ่ง                            ชลอรถเพื่อให้รถในซอย
พร้อมกับพูด "โลกนี้มันงี่เง่าจัง"                                ออกมาได้สักสามคัน เขา
                                                                        จะยิ้มให้คุณพร้อมกับโค้ง
                                                                        หัวจนเเทบจะโขกพวงมา
                                                                        ลัย

-ค่ำคืนนี้เเย่สุดเพราะไม่มีที่จะไป                              -เย็นนี้เหมาะมากที่จะเชิญ
คงต้องนั่งดูข่าวทีวีที่มีเเต่เรื่องเน่าๆ                            เพื่อนสักคนหนึ่งมานั่งคุยกัน
                                                                       ที่ร้านกาแฟหลังจากที่ไม่ได้
                                                                       เจอกันมาพักใหญ่,มันเหมาะ
                                                                       จะชวนเพื่อนบ้านร่วมทานข้าว
                                                                       เเล้วร้องคาราโอเกะกัน

-ก่อนนอนคุณจะรู้สึกล้าเหลือเกิน                            -ก่อนนอนคุณจะเสียดายว่า
เเละมันไม่สุนทรีนักที่จะนึกถึงวัน                             ทำไมเวลามันน้อยจัง "ฉัน
พรุ่งนี้ที่ทุกอย่างก็ "คง" เดิมๆ                                  ยังสร้างอะไรๆไม่มากพอ
                                                                       เลย" ก่อนเอาหัวเเตะหมอน
                                                                       ลองนั่งนึกสักนิด เเล้วขอบ
                                                                       คุณสิ่งต่างๆดูสิ ขอบคุณสิ่ง
                                                                       ต่างๆ เเล้วตบท้ายด้วยการ
                                                                       บอกตัวเองว่า "พรุ่งนี้เป็นวัน
                                                                       ของเรา"

"เปลี่ยนควาวมคิด...
       เชื่อมั่นในตัวเอง...
             เเล้วโลกใบนี้จะอยู่ข้างเรา"


หลายคนสามารถคิดเเละเขียนเรื่องเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง ผมเองก็เช่นเดียวกันผมรู้ว่าผมเขียนมันได้
เเต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะนั่งลงบนเก้าอี้เเล้วใช้นิ้วจิ้มๆที่ละตัวๆ พิมพ์เพื่อให้คนอื่นๆอ่าน  ก็ต้องขอขอบคุณน้องคนหนึ่งที่มีปัญหาเข้ามาคุยกับผม เเละเเน่นอนเขาทำให้ผมต้องเขียนเรื่องเหล่านี้ จริงๆเเ้ล้วเมื่อนานมาเเล้วเราเคยคุยกัน จากนั้นเธอก็เงียบหายไป(คุยครั้งสุดท้าย วันที่ 27/04/2555) ผมทักทายไปพยายามจะหาเรื่องชวนคุยเพราะถูกความน่ารักของเธอดึงดูดเเต่เเล้วก็เงียบ ก็ได้เเต่เข้าไปดูหน้า FB ของเธอ ซึ่งก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผมไม่สามารถช่วยเธอได้เลย เพราะเธอไม่คุยกับผม(เเละที่สำคัญเราไม่ได้อยู่ใกล้กัน)  เเต่เเล้ววันนี้ เธอก็มาคุยกับผม เเละเเน่นอนไม่ว่าจะยังไงเสียผมจะต้องทำให้เธอมีความสุขให้ได้ ไม่ว่าผลจะมาตามมายังไงก็ตามที....

"ขอบคุณ ต๊อป ที่เข้ามาคุยกับพี่อีกครั้งนะ.....ถ้าต๊อปไม่เข้ามาคุยกับพี่ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่จะได้เขียนบทความนี้หรือเปล่า เเต่ที่เเน่ๆตอนนี้พี่เขียนมันเเล้ว คงมีหลายคนที่ได้อ่านเเละได้อะไรจากมันบ้างไม่มากก็น้อย"

By เซียนเต๋า

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เรื่องของเขาเเละเธอ...





  • A คือ เพื่อนของผม

    B คือ ผมเอง

    เเละ C คือแฟน A






    นาย A
    • เซียน
    • เครียดดว้ย
    • จะบ้าแล้ว


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ไรวะ ...


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • เครียด
    • ทามงัยดี


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • เรื่อง...


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ฆ่าตัวตายเลยดีม่ะ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • โน่นๆๆๆ มีดอยู่หลังห้อง (ฮา)


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ดีๆๆ
    • เอามาๆ
    • แม่ง
    • เด๋วก้อเปงนั่นเปงนี้
    • เปงอะไรนักหนาก้อไม่รู้


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • เป็นห่าไรเล่า..เล่าสิโว๊ย ย ย


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ไตเสื่อม


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • = =
    • ได้ไง ..


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • งงยุนิ
    • อยากไปหาหมอ
    • แต่ไม่มีคัยพาไป
    • อยากไปปรึกษาหมอ
    • เพิ่งเจาะเลือดมาเมื่อวานนิ
    • ค่าไตของผมประมาณคนอายุ 50 กว่าๆ นู้น
    • เซ็ง
    • ไม่รู้จะทำไร
    • ไท่รู้จะคุยกะคัย
    • จะบ้าแล้ว


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ฮ่าๆๆ...
    • เบียร์บำรุงไต ..


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ซักลังเลยดีม่ะ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ฮ่าๆๆ..ถ้าจะลังนึงนี่ผมลงไปหาเลยนะเนี่ย


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ยุไหนนิ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • กทม


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • กินหั้ยมันตายๆไปเลย
    • ไม่มีคัยสนใจแล้วนิ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • เด็กคนหนึ่งเป็นมะเร็.เม็ดเลือดใกล้ตาย ....
    • บ่าววี ไปหาเเล้วร้องเพลงนี้... เด็กคนนั้นมีกำลังใจ ลุกขึ้นกินข้าวได้ เเละปัจจุบัน วิ่งปร๋ออยู่บ้านไปเเล้ว...... "เริ่มต้นที่ใจของเขา ใจเขาเข้มเเข็งมาก"


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • อืืม


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • "มีคนจำนวนมากที่ไม่ป่วย เเต่เขามักระเเวงว่าเขาจะป่วยเป็นโน่นนี่ เขามักจะไปหาหมอบ่อยๆ เพื่อถามว่าเขาเป็นอะไรไหม... เเละสุดท้าย เขาก็เป็นจริงๆ " >>> .. "ใจกังวลว่าจะเจ็บจะไข้ กังวลกินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยมันจะหนีไปไหนเสียเล่า"


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • เบื่ออะเซียน
    • เบื่อที่ต้องมานั่งร้องไห้ึคนเดียว
    • เหนื่อยแล้ว
    • อยากปล่อยหั้ยมันเป็นไปตามธรรมชาติแล้ว


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ก็คงต้องปล่อยมันไปตามธรรมชาติ เพราะเราควบคุมมันไม่ได้หรอก
    • เเต่ใจเรานั้น มันก็ยังเป็นของเราวันยังค่ำ จงสนุกในทุกๆวัน มีความสุขในทุกวัน เล้วมันจะส่งผลดีเอง...


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • กินพาราซักสิบเม็ดดีมั้ยเซียน
    • แล้วก้อนอน
    • น่าคิดเนอะ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • มีคนหลายคนที่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง...ฐ้างก็ระยะ เเรก บ้างก็ระยะสอง บ้างก็ระยะสุดท้าย ... เเต่ ระยะ เเรกกับระยะสุดท้าย อาจจะตายในวันเดียวกันก็ได้ หากคนที่เป็นระยะเเรก กลัดกลุ้ม คิดหนัก ห่วงหน้าห่วงหลัง กินข้าวไม่ได้(เพราะเครียด) นอนไม่หลับ(กังวล) เขาย่อมมีโอกาสตายเร็วขึ้น เท่าๆกับความเครียดที่มากขึ้น


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ตาผม มะเร็งตับระยะสุดท้าย เหลือเวลา สามเดือน ...หมอ เเละครอบครัวพยายามปิดบัง เเต่เขาก็รู็ เราคิดว่าเขาจะเสียใจเเละร้องไห้ เปล่าเลย ตาของผมกลับยิ้มออกมาเเล้วบอกลูกๆว่า มาอยู่ด้วยกันดีกว่า เดี๋ยววันโน้นไปโอนปืนกัน วันนี้ไปโอนบ้าน วันนี้ไปเลือกศาล เลือกผ้าคลุมศพ วันนี้ตาจะสานเข่งเอาไว้เวลาตาตายให้เอาเข่งใบนี้ ไปหาบเนื้อมาทำเลี้ยงชาวบ้าน บางวันตาผมก็จะขับรถพายายเข้าไปในไรเหมือนวันเดิมๆ จับจอบถางหญ้า เดินดูไร่ ท่านมีความสุขของท่านทุกๆวัน ท่านสบายใจ ท่ายคิดเพียงเเค่ว่าเวลาที่เหลืออยู่ จะมีความสุขให้มากเท่าที่จะมีได้ เเละสุดท้าย ที่หมอว่าสามเดือน มันก็กินเวลาไปร่วมปีกว่าๆเกือบสองปีที่ท่านได้อยู่กับลูกหลาน ...


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • อืม
    • ติดที่ผมยังเด็กงัย


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ลูกหลานต่างรักท่าน ...หาใช่สงสารไม่ รักไม่ใช่ว่าเขาคือพ่อ หรือตา หรือปู่ของใครบางคน เเต่หากเรารักในความสุข ในรอยยิ้มของเขาในเเต่ละวัน เขาทำให้คนรอบข้างมีความสุข คนรอบข้างมีความสุข เขาก็มีความสุข ...

    • ไม่ต่างกันหรอก... นอกจาก ภายนอกที่เปลี่ยนไป ระหว่างเด็กกับคนแก่ ...คนแก่ เราเรียกเขาแก่ไม่ใช่เพราะอายุ เเต่เราเรียกเขาว่าแก่เพราะเขาเลิกเล่น หรือเลิกดูการ์ตูนต่างหาก..
    • ยิ้มเข้าไว้สหายข้า จงวิ่งเล่นเหมือนที่ยังเด็ก จงยิ้มเหมือนมีคนให้ลูกอม เเละจงหัวเราะให้คนทุกคนที่ยิ้มให้แก่เรา ... ให้ความสุขแก่เขา เขาจะให้ความสุขท่านคืน เเละความสุขจะให้ร่างกายที่เยี่ยมยอดแก่ท่าน


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • เซียนผมไปแล้วเน้อ
    • เด๋วจะมาใหม่


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • อืม...
    • ไป ยามนี้แดดร่มลมตก...
    • จงไปนั่งร้านกาแฟ แม้ผมไม่อยู่ก็ขอให้นึกว่าเรายังคงสนทนากัน ต่างๆนาๆ


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • ข้าวก้อยังไม่ได้กินเลย แต่ไม่รู้ทามมัยไม่หิว สิ่งที่ต้องการกลับเปงกำลังจัยมากกว่า คนที่เราอยากหั้ยเค้ายุข้างๆก้อดันไม่อยู่
    • สรุปต้องเดินไปคนเดียวใช่มั้ย
    • เหนื่อยแล้ว


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • วันนี้ผมก็มีเรื่องต้องไปเหมือนกัน... นักสำคัญ เป็นวันเเรกที่ผมต้องก้าวเดินคนเดียว ... เธอนัดผมหกโมงเย็น เพื่อ เอาของบางอย่างคืน เเละหลังจากนั้น เธอกับผมก็จะห่างกัน


  • เมื่อวานนี้
    นาย A
    • อืม
    • กำลังใจหายไป
    • มันทำหั้ยเราทรุดได้มั้ยเซียน
    • ผมไปล่ะ


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • เเต่ผมก็ยังสบายอยู่ ... เพราะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องจม หรือหยุดนิ่งแบบนั้น ผมมองข้างหน้าผมเสมอ คนใหม่อาจจะเข้ามาหรือไม่ก็ได้ เเต่ที่ผมรู้ คือผมจะเรียนเเละทำงานอย่างสนุกทุกๆวัน ผมจะออกไปเจอเพื่อน พี่ร่วมงาน ยิ้มเเละจับมือพวกเขา ผมจะออกไปเจอผู้คน ถ้าเขาหาไฟเเช็คไม่เจอผมจะสะบัดซิปโป้จุดให้แก้เขา เเละจะชวนเขาคุยเรื่องบอลที่กำลังมันส์สุดๆไปเลย


  • เมื่อวานนี้
    นาย B
    • ใจคือสิ่งที่กำหนดโลกใบนี้... ถ้าใจของเอ็งเป็นหนึ่ง โลกทั้งใบก็จะอยู่ข้างเอ็ง !!




      ******************************************
      • นาย B
        • เห้ย


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ทำไมไม่อยู่เคียงข้างกัน ...


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • อะไร


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • อยู่ไหน


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ทำไม


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เป็นไรกัน


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่รู้สิ
        • เค้าว่าไงหล่ะ
        • หนูเหนื่อยอ่ะ หฯุไม่รู้จะทำไงแล้ว
        • หนูก็เสียใจ ไม่ใช่แค่เค้า
        • เค้าไม่เคยเข้าใจอะไรเลย


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ทุกคนเหนื่อยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะงาน จะความรัก จะเรื่องของเพื่อน เราต่างต้องใช้กำลังใจในการผลักดันเพื่อรักษาไว้ซึ่ง สถานะภาพนั้นๆ ...


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • แต่ก่อนหนูโคตรเอาแต่ใจ แต่ตอนนี้หนูโคตรใจเย็น
        • แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นเล้ย มีเยอะกว่าเดิมอีกก็ไม่รู
        • หนูรู้นะ ว่าหนูกับเค้า ต่างมีภาระ ไม่ว่าจะทางใหน


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • คุณเเละเขากำลังเหนื่อย เพราะหันหน้าเดินไปคนละทางทั้งๆที่มีเชื่อเส้นหนึ่งผูกคุณเเละเขาไว้ ... เเต่มันจะง่ายมาก ถ้าคนหนึ่งหันตามอีกคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากัน


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • แต่เค้าเครียดอะไรหลายๆเรื่องแล้วเค้าก้อเก็บไว้ไม่เคยพูด แล้วมาพูดกับหนู


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ก็คุณคือคนๆเดียวที่เขามีเเละวางใจได้... เเล้วจะให้เขาคุยกับแมวที่ไหนเล่า


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • สุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องของหนูแล้วก็ทะเลาะกัน
        • แล้วหนูหล่ะ
        • เค้าใช้อารมณ์คุย


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • มันทีใครทีมัน ...


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่
        • หนูเหนื่อยแค่ใหนหนูก็แยกได้


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เเล้วเเยกได้รึเปล่าว่า เขากำลังเจอปัญหาใหญ่ ...นั่นคือเรื่องสุขภาพของเรา
        • เอ้ยของเขา !!


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูรู้ หนูก็พยายามแล้ว
        • แล้วให้หนูทำไง
        • หนูก็ถามเค้าแล้ว
        • เค้าไตเสื่อม
        • เค้าบอกว่าต้องดูแลเรื่องกิน
        • ตอนเช้าหนูก็ถามแล้วว่าจะให้ทำไร


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เขามีปัยหามากมาย สั่งสม เก็บงำ ความฝันของเขา เเละอีกหลายๆอย่าง เเต่มันยังอยู่ดี จนวันนึง ปัญหาที่ดูเหมือน ย้ำว่าดูเหมือนจะใหญ่ ได้เข้ามา นั่นคือสุขภาพ ...เเล้วเขาก็ระเบิดบูม ม ม มม เเล้วอีกทางนึง ที่เขาจะปรึกษา ก็ บูม ม ม ม ม มม สวนกลับทันที


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร
        • พอหนูจะมาทำงาน
        • เค้าก็เปนแบบนี้
        • เค้าถามว่าจะกลับบ้านกี่โมงหนูบอกสามทุ่ม
        • เค้าก็ไม่พอใจ


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ใจหนึ่งก็ห่วงตัวเอง อีกใจก็ห่วงแฟนว่าจะเหนื่อย เลยต้องบอกว่าไม่เป็นไร ...เมื่อแฟนได้ยินดังนั้นก็พูดในใจว่า "นี่กูห่วงมึงนะ กูเต็มใจจะทำ เสือกมาทำงอนทำห่าอะไร "


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • บอกกลับเร็วที่สุด เค้าก็ไม่พอใจ
        • บอกกลับก่อนห้าโมงเค้าก็ไม่พอใจ
        • ตอกกลับมาว่า มาสองทุ่มเลย เค้าจะไม่เข้าบ้านก่อนสองทุ่ม
        • ไม่ตลกเลย
        • วันก่อนก็ทะเลาะกัน


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เปล่า ผมเล่าตามที่ผมคิด
        • ผมไม่ได้ เล่นตลกให้ใครฟังหรอก


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูหยุดร้องไห้เมื่อวานวันเดียว
        • หนูจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว
        • หนูเหนื่อย เหนื่อยมาก
        • หนูไม่ได้เป็นที่ปรรึกษานะ หนูเป็นเหมือนที่ระบาย


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเก็บเงียบ เเละให้มันกัดกินใจตัวเอง ... คุณน่ะเยี่ยมมากรู้มั๊ยมายด์
        • คุณยังทนได้ นั่นคือข้อดีของคุณ เเละผมก็รู้ว่าเขารู้เเน่ว่าคุณน่ะสำคัญสำหรับเขาเพียงไหน ...
        • เเต่เขาเองด้วยความเครียดหลายเรื่องของเขา เขาอาจะไม่รู้ว่าที่เขาพร่ามอยู่นั่น เรียกปรึกษาหรือว่าระบายเท่านั้นเอง
        • เเล้วที่มายทำงานอยู่นี่ เพราะอะไร ??


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูเหนื่อยหนูท้อ หนูทำอะไรไม่ได้ หนูทำอะไรไม่ถูก
        • หนูกำลังจะบ้า
        • งานอะไร


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ก็เห็นบอกว่าไปทำงาน กลับ สองทุ่ม สามทุ่ม เเล้ว เจ ไม่พอใจ


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ป่าว
        • วันนี้เจมีเรียนเช้า แล้วตอนบ่ายหนูนัดเพื่อนไปทำการบ้าน
        • ส่งพรุ่งนี้
        • แล้วหนูจะไปสนาม


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เเล้วตอนนี้ นั่นหน้าคอม..
        • นั่ง*
        • ทำไมไม่ไปสนาม


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ใครมันจะทำได้หล่ะ น้ามตาเต็มกระดาษสิ
        • สนามตั้งห้าโมงนะ
        • หนูไปหกโม
        • หกโมงนู้นมั้ง ตาหนูบวม หนูอายน้อง
        • หนุไม่อยากให้ใครรู้ว่าหนูร้องไห้


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • อย่างน้อยผมก็รู้เเล้วนะ


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เเล้วตอนนี้เจมันไปไหน


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่อยากให้ใครไม่สบายใจ


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ก็ผมนี่ไง ห่วงอยู่เนี่ย ...


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • อืม


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ไม่อยากให้คนอื่นไม่สบายใจ ...ก็ต้องทำตัวเองให้สบายใจก่อนครับ


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูไม่รู้ หนูตามเค้าไม่ทันหรอก หนูไม่เคยตามเค้าทัน


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เอ้า..เขาออกไปไหนไม่รู้เลยเหรอ..ดูเหมือนจะไปกินข้าวมั้ง


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่รู้สิ หนูแค่อยากให้เข้าใจ
        • หนูอยากสบายใจ


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ถึงแม้จะมีเรื่องมากมาย
        • ไม่ใช่บั่นทอนความรู้สึกแบบนี้


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • บั่นกันทั้งสองคน เพราะความไม่เข้าใจ ..
        • งั้นเอางี้มั๊ย ??


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • เอาไร เหล้าหรอ


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ลบภาพที่ทะเลาะกันออกไปให้หมดเลย พอกันทีเลิกจำ ยืนหน้ากระจก มองตัวเอง เเล้วบอกตัวเองว่า " ไม่ ๆ ๆ ๆ ๆ เราจะไม่จำ ภาพเหล่านั้นมันผ่านไปเเล้ว ภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นมันต้องดีเยี่ยม...วันนี้ มาย มึง(ชี้หน้าตัวเองในกระจก) มึงจะโดดสนาม เเละมึงไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ถ้ามึงกังวล เจมันจะกังวลกับมึง เพื่อนมึงต้องเข้าใจ อย่าไปกังวล....เอาล่ะ เลิกจำภาพเก่าๆ โดดสนาม OK ทำได้ สบายมาก ...." หายใจลึกๆอีกทีหนึ่ง อย่างมั่นใจ เเล้วพูดต่อไป "วันนี้มึงต้องเป็นเเม่ครัว มึงจะทำอาหารอย่างสุดฝีมือเท่าที่จะทำได้ เท่าที่ตังจะมี เท่าที่นึกได้ว่าเจชอบกินอะไร มึงต้องหุงข้าวเยอะๆ เพราะมึงต้องยุให้มันกินอย่างกับทหารเดนตาย มึงต้องยิ้ม ให้มัน เวลามันเดินเข้ามาในห้อง ชวนมันกินข้าว พูดอย่างปกติสุข ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงเเละลิงโลดอย่างยิ่งที่จะมีเขานั่งกินข้าวด้วย เเล้วอย่าลืมบอกเขาด้วยล่ะ ว่า เราต้องทำได้ดีกว่านี้เนอะ เอ้ากินๆๆๆๆ ลองนี่ดิ รับรองอร่อยน้ำตาเล็ด "


          ผมไม่รู้ว่าคุณจะมองผมว่าบ้าไหม เเน่นอนผมมั่นใจเกือบร้อยว่าคุณว่าผมเเน่ๆ ...เเต่ขอเถอะผมยอมบ้าถ้าคุณลองทำบ้าๆอย่างที่ว่านี้ !!!


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ถ้าโทรสับผมมีตังผมจะโทรเเล้วเขี้ยวเข็บคุณเดี๋ยวนี้ ... เเต่ทว่า เเมร่ง ผมมันจนสิ้นดี !!


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูไม่ว่าบ้าหรอก


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • สัญญาเเละบอกกับผมสิว่าจะลองดู !!


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • พูดง่ายนะ แต่ทำดิ ยากนะ


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • อย่าบอกตัวเองว่า ไม่ ฉันทำไม่ได้หรอก..อย่าพูดแบบนั้น ขอที


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • ไม่ค่ะ หนูไม่ใช่สิ่งขิง
        • ของ
        • หนูมีความรู้สึก


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • เห้อ..เลิกพูดอะไรทำนองนี้ทีเหอะ ไหนลองพูดว่า "ลองดูเว้ยมาย ไม่ยากนักหรอก เหนื่อยกว่านี้ยังเคยมาเเล้ว !!"


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูไม่ได้พูดอะไรกับตัวเอง
        • หนูไปนะเซียน


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • งั้นก็ ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความคิดของมายเถอะครับ ผมถือว่าผมได้เเนะนำเเล้ว... เมื่อคุณคิดว่าคุณไม่สำคัญ คุณก็จะไม่สำคัญ เมื่อคุณคิดว่าคุณคือสิ่งของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับกระป๋องที่พร้อมจะถูกเตะลอยข้ามฟากถนนไป เเต่ถ้าคุณคิดว่าคุณสำคัญ คุณก็จะสำคัญ เมื่อคุณคิดว่าคุณทำได้คุณก็จะทำได้

          ขอให้คุณโชคดี สายัณน์สวัสดิ์ครับผม


      • เมื่อวานนี้
        นางสาว C แฟน A
        • หนูขอสงบสติอารรมณืก่อน หนูปวดตาเหลือเกิน


      • เมื่อวานนี้
        นาย B
        • ตามสบาย !! เเละขอให้มีสติจริงๆเสียเถอะ






      ก็ได้เเต่หวังว่า ท่านผู้อ่านคงจะได้อะไรบ้างจากการอ่านบทสนทนาเหล่านี้ ไม่มากก็น้อย !!!