วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
งานแรก ก้าวเเรก ...ของการเติบโต !!!
วันที่ 29 พ.ค. 2555 ผมนัดเจอกับพี่วิทย์ ที่หน้าราม เวลาเที่ยง เพื่อที่จะไปสมัครงาน ซึ่งผมก็หวังที่จะทำงานเพื่อที่จะหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปขณะเรียนอยู่ที่ราม เมื่อใกล้ถึงเวลา ผมก็รีบอาบน้ำเตรียมตัวเพื่อที่จะออกไปที่จุดนัดพบ ผมโทรหาพี่วิทย์ก่อนที่จะออกไป เพื่อที่พี่เขาจะได้ไม่ต้องรอนาน เเละอีกอย่างคือผมกับพี่วิทย์ยังไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้งเดียว
กล่าวถึงพี่วิทย์ พี่วิทย์คือรุ่นพี่ที่หอพัก สุรนิเวศ 11 ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ถูกไทร์ เเล้วพี่วิทย์ก็มาเรียนนิติฯที่รามโดยที่ทางบ้านก็ยังไม่รู้จนถึงวันนี้ว่า ลูกหลานเขาคนนี้โดนไทร์มา โดยคร่าวๆเเล้วคิดว่าทางบ้านก็คงไม่ได้ร่ำรวยนักเพราะพี่วิทย์ทำงานหาเงินใช้เอง โดยงานนั้นก็ใช่ว่าจะมีมาทุกวันหรือต้องทำทุกวันเพราะมันเป็นงาน Event ที่ต้องออกไปทำกิจกรรมเพื่อโฆษณาสินค้าให้กับผู้ว่าจ้าง ยิ่งในช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่น้ำท่วม กทม.(ในปี 2554) เเล้ว งานก็เเทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้
เวลาประมาณ 12.10 น. โดยประมาณผมรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ เมื่อดูเวลาเเล้วก็เห็นว่าคลาดเคลื่อนไปกว่าสิบนาทีจึงได้โทรหาพี่วิทย์
"โหลพี่วิทย์ อยู่ไหนพี่ ผมรออยู่ที่ป้ายรถเมล์เเล้วเนี่ย" ผมถาม
"เออ พี่ก็รออยู่ป้ายรถเมล์เนี่ยแหละ เสื้อสีดำเห็นพี่มั๊ย เอ็งใส่เสื้อสีไรล่ะ"พี่วิทย์โต้ตอบมา
"ไหนพี่...ไม่เห็นเเม้เงา" ผมพูด พร้อมกับมองซ้ายแลขวาก็ไม่เห็น
"นี่ก็พี่อยู่ ป้ายที่หน้าศูนย์หนังสือรามเนี่ย" พีวิทย์สวนมาด้วยเสียง ฉงนเล็กน้อย
"เอ้า... ผมอยู่ป้ายก่อนหน้าที่จะถึงพี่อีก ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมเดินไปหาเเล้วกัน" ผมวางสาย พร้อมกับออกก้าวเดินทันที..
หอบใหญ่ๆผมก็มาถึง ซึ่งบริเวณนั้นก็มีผู้คนมากมายหลายหลากที่รอรถกันอยู่ ผมจึงโทรหาอีกทีเพื่อความเเน่ใจ...
"พี่ ผมมาเเล้ว น่าจะอยู่ทางขวามือพี่นั่นแหละ เห็นผมมั๊ยเสื้อดำเหมือนกัน..."
"ไหนวะ พิ.." ไม่ทันจะสิ้นคำว่า พี่ ผมก็สวนกลับทันที "อ้อผมเห็นพี่เเล้ว" เเล้วผมก็วางไป
พี่วิทย์ ชายหนุ่มอายุ ยี่สิบกลางๆ ความสูงประมาณ 170 ซม. โดยประมาณ ผิวคล้ำตามแบบคนใต้(ทราบภายหลังว่าเป็นคนระนอง) ยืนอยู่ไม่ไกลนักผมเดินตรงเข้าไปพร้อมกับกล่าวทักทายแบบไทยๆ
"หวัดดีครับพี่...รอนานยัง"
"ไม่เท่าไหร่หรอกน่า"
"ว่าเเต่พี่ ชาบ(เครื่องหมาย # ซึ่งหมายถึง รุ่นของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี) ไหนครับ"
"สิบห้าว่ะน้อง"
"อ้อ รุ่นเดียวกับพวกพี่แจ้นี่ ใช่ป่ะ พี่แจ้ พี่สัน พี่กต ใช่ไหม....เเล้ววันนี้เราจะไปไหนกัน" ผมถามถึงที่หมายของเราในวันนี้
"ใช่เเล้ว รุ่นเดียวกัน เเต่พี่โดนไทร์มาก่อน สงสัยพวกนั้นจะใกล้จบกันเเล้วมั้ง... วันนี้เราจะไปสมัครที่ซอยอารีย์ เพราะเขากำลังขาดคนพอดี"
"ดรีมเวิร์คหรอพี่" ผมหมายถึงชื่อบริษัท
"รู้จักบริษัทนี้ได้ไง" พี่วิทย์ถามอย่างสงสัย ก่อนหน้าที่ผมจะตอบ รถก็มาพอดี...
"คันนี้แหละพี่ ไปคันนี้ดีกว่าแอร์เย็นดี" เราทั้งสองก้าวขึ้นรถเเล้วหาที่จับจองหย่อนก้นกันทันที เเล้วผมก็ตอบคำถามที่ค้างคาไว้เมื่อครู่
"ก็พี่ซันบอกว่าพี่ทำงานที่นั่น" พี่ซันก็คือพี่อีกคนหนึ่งที่โดนไทร์มาจากที่เดียวกัน เเต่โดนไทรน์หลังพี่วิทย์หนึ่งปีเเละสนิทกับผมพอสมควร
"บ๊ะ ไอ้นี่มันรู้ไปซะทุกเรื่องเลยจริงๆ " พี่วิทย์กระเเทกเสียงเล็กน้อยเชิงหมั่นไส้
"พี่ทำสองที่ ทำที่เดียวเวลามันไม่มีงานเงินพี่ก็ไม่มีใช้" พี่วิทย์กล่าวต่อมา..
"อ๋อครับ"
เราก็สนทนากันไปเรื่อยขณะที่รถเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆเพราะรถติด เราคุยกันต่างๆนาๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มหาฯลัยมากกว่า เพราะเรื่องเล่าระหว่างพี่น้องมันเยอะ ผมอยู่ที่นั่นสองปีก่อนที่จะโดนไทร์มา มีเรื่องเยอะเเยะมากมายก็เล่าให้ฟัง ส่วนพี่วิทย์ก็เล่าเรื่องอดีตให้ฟังเพราะเข้ามาก่อนผมถึงสามปี บางทีก็เงียบกันไปเพราะนึกไม่ออกว่าจะคุยเรื่องอะไรต่อไปดี บ้างก็สลึมสลือกับจนเเทบหลับ เพราะรถเเทบจะไม่ไปไหน แอร์ก็เย็นจนน่าหลับ...
ร่วมชั่วโมงกว่าที่เรานั่งจับเจ่าจนก้นแฉะอยู่บนรถ เราก็มาถึงอนุสาวรีย์ฯ เราทั้งคู่เดินข้ามมาอีกฟากหนึ่งเพื่อที่จะต่อรกอีกทอดหนึ่งไปลงซอยอารีย์ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนักจากตรงนั้นถึงซอยอารีย์เพราะเป็นระยะทางที่ไม่มากเท่าไหร่ พอมาถึงปากซอยอารีย์ พี่วิทย์ก็พูดขึ้น
"เดินเอาเเล้วกันนะ ไม่ไกลมากหรอก ซอย 5 เอง นั่งวินมันก็เสียตังเปล่าๆ" พี่วิทย์พูดขึ้นในขณะที่ควักเศษเหรียญออกมานับอยู่ในมือ
"ไม่มีปัญหาพี่ เดินทั้งวันยังเดินมาเเล้วเลย.....ตอนมาหาหออ่ะ เดินหน้ารามยันโน่น เดอะมอลล์บางกะปิเลย ฮ่าๆๆๆ"
"เดินเลยเหรอวะ โหดไปมั้ง...เเล้วเดินอยู่กี่วัน" พี่วิทย์ถามมาอีก
"สามวันพี่ เดินทั้งฝั่งราม ฝั่งลาดพร้าว เเล้วก็เเถวแฮปปี้เเลนด์โน่น เอาซะขาลากเลย" ผมบรรยาย
"บุหรี่หน่อยมั๊ยพี่" ผมถามขณะที่ก้มลงเปิดกระเป๋าสะพายข้างเพื่อเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ซึ่งจริงๆเเล้วผมไม่สูบก็ได้ เเต่ถ้าผมต้องออกไปเจอสังคมที่ผมไม่รู้จักผมจะพกเเละจะใช้บุหรี่เพื่อเข้าหาคนกลุ่มนั้นๆหากเขาสูบบุหรี่
"อย่าไปรอ !!! " เขาตอบสั้นๆ ผมก็เลยยื่นให้พี่วิทย์มวนนึงพร้อมไฟเเช็ค พี่วิทย์จุดสูบ เเล้วยื่นไฟมาให้ผม ผมก็ยกขึ้นใช้มือป้องลมจุดสูบบ้าง...
สิบนาทีเศษๆ เท่านั้นเราก็เดินมาถึงปากซอย เเละเลี้ยวซ้ายเข้า ซอยอารีย์ 5 ประมาณห้าสิบเมตรจากปากซอย เราก็มาถึงออฟฟิศที่พี่วิทย์ทำงาน ซึ่งออฟฟิศนั้นก็เป็นทาวน์โฮมทั่วๆไปนั่นแหละครับ เพียงเเต่ดัดแปลงมาเป็นออฟฟิศไม่ใช่ที่อยู่อาศัย หน้ากว้างประมาณสี่ถึงห้าเมตร สูงสองชั้น หน้า ออฟฟิศมีม้านั่งยาวๆอยู่ตัวหนึ่ง มีคนนั่งอยู่สอง นั่งยองกับพื้นหนึ่ง เเละยืนอยู่อีกสองคนซึ่งเป็นชายร่างท้วม(ระยะสุดท้าย)ทั้งคู่ กลางวงของคนทั้งห้ามีที่เขี่ยบุหรี่ขนาดใหญ่วางอยู่ ควันบุหรี่จากคนทั้งห้าลอยอ้อยอิ่งอยู่ใต้ชายคาไม่ไปไหนเพราะเวลานั้นอากาศนิ่งเหลือเกิน เสียงสนทนาเงียบลงชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง สายตาทั้งหาคู่จับจ้องมาที่เราทั้งสองคนเมื่อเดินเข้าไปถึง บุหรี่ในร่องนิ้วของพวกเขายังคงไหม้กินไปเรื่อยๆ ควันลอยขึ้นเป็นสายเเละสะบัดม้วนเกลียวเมื่อลอยขึ้นสูง
"สวัสดีครับ ๆ ๆ ๆ ๆ " พี่วิทย์เป็นคนนำขึ้นก่อน ซึ่งผมก็ยกมือไหว้ตามๆไป ชายทั้งห้าคนรับไหว้พร้อมกล่าวสวัสดีครับดูน่ารักเหลือเกิน เเล้วพี่คนหนึ่งที่นั่งม้า ใส่หมวกปีกกว้าง ขาไขว้ก็ถามขึ้น
"พาน้องมาสมัครเหรอวิทย์"
"ครับพี่"
"ไปๆ พาน้องไปข้างใน ส่วนเอ็งเดี๋ยวค่อยออกมาหาพี่เเล้วกัน" พี่คนเดิมกล่าวต่อมา พี่วิทย์จึงถอดรองเท้าเดินเข้าไปก่อนคนเเรกส่วนผมกำลังก้มคลายสายรองเท้าอยู่
"เห้ย ทหารมาบุกเเล้วเว้ย ใครมีเรื่องกับทหารไว้ระวัง เขาส่งน้องมาเอาคืนเเล้ว" เสียงเเซวเล่น เเว่วมาจากด้านหลังขณะที่ผมก้มอยู่
"โอ้โห รองเท้าหุ้มถึงเข่าเลยนะเอ็ง" มีเสียงอีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาอีก.... ผมถอดรองเท้าเสร็จเรียบร้อยพอดีจึงเข้าไปในออฟฟิศ
ภายในออฟฟิศก็เกลื่อนไปด้วยอุปกรณ์จัด Event ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป้ายหรือขาตั้ง เยอะเเยะไปหมด โต๊ะทำงานก็รกไปด้วยเอกสาร พนักงานข้างในมีประมาณ 5-7 คน กำลังนั่งคีย์ข้อมูลต่างๆกันเป็นวักเป็นเวร ผมกับพี่วิทย์ก็นั่งอยู่กลางห้องครู่หนึ่ง ก่อนที่พี่ปูจะเอาใบสมัครมาให้เขียน ผมเริ่มกรอกใบสมัครอันไหนไม่รู้ก็ถามพี่วิทย์ ต่อมาเมื่อกรอกเสร็จเเล้วผมก็ต้องนั่งรออีก ส่วนพี่วิทย์ถูกสะกิดไปซักไซร้เรื่องแผนงานที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้
"รออะไรปู น้องกรอกเสร็จเเล้ว" พนักงานวัยทอง ท่าทางชำนาญในอาชีพท่านหนึ่งถามขึ้น
"อ๋อรอน้องอีกคนค่ะ มาทางน้องน้ำตาล เดี๋ยวคงมาถึงเเล้วจะได้คุยพร้อมๆกันเลย" พี่ปูตอบไป ผมก็เลยเข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องนั่งรอ
ขณะที่ผมนั่งนิ่งๆเนียนๆอยู่นั้น พนักงานที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศก็ร้องไถ่ถามกันไปมาถึงงานต่างๆที่ผ่านมา ถึงงบที่ได้มา ถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ บางคนสมองไม่เเล่นก็ออกไปสูบบุหรี่เรียกสมาธิอยู่ด้านนอก ไม่นานนักก็มีเด็กหนุ่มหน้าใสคนนึง ผอมสูงใส่เสื้อลายขวางกางเกงขาเดป ทำผมตั้งอย่างกับขนเม่นเปิดประตูเข้ามาในออฟฟิศ
"น้องแม็กซ์ที่น้ำตาลเเนะนำมาใช่มั๊ย" พี่ปูทักก่อนที่เขาจะยกมือกล่าวสวัสดี
"ครับ ใช่ครับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาแผ่ว
"มาๆ นั่งนี่เลย กรอกใบสมัครก่อน" พี่ปูลุกไปพร้อมกับใบสมัครในมือ จัดเเจงที่นั่งให้กับแม็กซ์ ซึ่งก็เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แม็กซ์ก็กรอกเสร็จ
"เรียบร้อยเเล้วครับพี่" เเม็กซ์พูดขึ้น พรางหันไปทางพี่ปู
"OK งั้นไปถ่ายรูปข้างนอกกันหน่อย" พี่ปูว่า
ผมลุกขึ้นทันที เดินออกไปข้างนอก พี่ๆข้างนอกก็ยังคงสูบบุหรี่แบบมวนต่อมวนคุยเรื่องงานกันอยู่เช่นเดิม ผมก็จัดแจงสวมใส่รองเท่าอย่างรีบเร่ง
"ไม่ต้องรีบก็ได้ พี่ปูรอได้" พี่ปูพูด ขณะที่ยืนรออยู่ พอผมเหลียวมองก็เห็นรอยยิ้มเล็กๆทีริมฝีปากของเธอ...
"ม๊ะ พี่ขอรูปเต็มตัว ครึ่งตัว เเล้วก็ใบหน้าหน่อยนะ ...เอ้าเอียงทางนี้หน่อย " พี่ปูถอยออกไปตั้งกล้อง พร้อมกับทำมือให้ผมหันตาม
"เอาล่ะ รูปต่อไปครึ่งตัวนะ ...ยิ้มหน่อยก็ได้จะโหดไปไหนเนี่ย" พี่ปูว่าพร้อมยิ้มให้เล็กน้อย ไอ้ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะยิ้มไม่เป็นซะด้วย ปั้นหน้ายากเหลือเกิน
"เอา คราวนี้พี่ขอหน้าจริงๆเเล้วนะ ยิ้มหน่อยก็ดี" เมื่อทักท้วงมาครั้งที่สอง ผมก็เลยยิ้มให้นิดนึง
"เอ้อ เเค่นี้ก็ได้..." แช๊ะ !!! "เรียบร้อยเเะล้ว มาเเม็กซ์ต่อเลย"
ผมหลบฉากออกไปให้กับเเม็กซ์เข้าไปยืนเเทนตำแหน่ง ทันใดนั้นพี่นู๊ดเจ้าของบริษัท(ทราบภายหลัง)ก็เริ่มซักผมทันที
"นี่จบไรมา"
"โดนไทร์มาครับ ยังไม่ได้จบอะไร"
"เเล้วนั่นล่ะ" พี่นู๊ดหันไปถามแม็กซ์
"ยังไม่จบเหมือนกันครับ ลาออกจากต่างจังหวัดมาเรียนที่รามครับ"
"อื้มไม่เป็นไร ...รู้จักบิลเกตมั๊ย" พี่นู๊ดถามเเล้วมองมาที่ผม
"รู้ครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอสมควร เพราะปกติเเล้วผมก็เป็นเช่นนั้น
"เขาเป็นใคร" พี่นู๊ดถามต่อ
"ผู้ก่อตั้งไปโครซอฟต์ครับ"ผมตอบไปอย่างไม่ติดขัดเพราะรู้อยู่เเล้ว
"อืม....เเล้ว สตีฟ จ๊อบล่ะ" พี่นู๊ดครางในลำคอ พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะยิงคำถามมาอีก
"ผู้ก่อตั้ง แอปเปิ้ลครับ" ผมตอบไปอีกเช่นเคย
"อืม...เห็นมั๊ย คนพวกนี้เขาไม่ได้จบอะไร สอบตกด้วยซ้ำ เเต่พวกเขายังทำได้เพราะพวกเขามีใจ" พี่นู๊ดหยุดลง หยิบบุหรี่แบล็คมิ้นที่วางอยู่ด้านขวาของตัวออกมามวนหนึ่งคีบไว้ด้วยนิ้วชี้เเละนิ้วกลางคลึงเล่นอยู่พักหนึ่งเเล้วจุดสูบ โช๊คเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะระบายออกมาเป็นสาย
"โน นี๊ด รู้จักมั๊ย โน นี๊ด" พี่นู๊ดเน้นเสียงหนัก ผมเงียบไม่ปริปาก เเต่พยักหน้าเล็กน้อย พี่นู๊ดจึงพูดต่อ
"คือ ผมไม่ต้องการเหี้ยอะไรเลยจากพวกคุณทุกคน คุณเรียนอะไรมาหรือไม่เรียนมาก็ช่างผมไม่ต้องการ ขอเเค่คุณเอาตัวเเละหัวใจของคุณเข้ามาทำงานกับเราก็พอ มันอาจจะเหนื่อยต้องทนให้ได้ เพราะถ้าทนไม่ได้ไม่ต้องมาคุยกับผมเพราะผมเหนื่อยมาเเล้ว" พี่นู๊ดจัดมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งสำหรับผมเเล้ว ชายวัยสามสิบเศษคนนี้โดนเเล้วสำหรับผม ผมจะไม่ขออธิบายมาก เเต่รู้ว่าโดน เเละผมก็พร้อมที่จะร่วมลุยงานกับพวกเขาสักตั้ง
"ตอนผมอายุ 21 เท่าพวกคุณเนี่ยแหละผมขอพ่อเเม่ออกจากบ้านไปอังกฤษ ทำงานถึงสามจ๊อบเพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบ ผมได้นอนเเค่วันละไม่กี่ชั่วโมงไหนจะเรียน ไหนจะงาน ผมยังผ่านมาได้ เเต่ดูผมตอนนี้สิ" พี่นู๊ดยืดอกขึ้นผายมือออกทั้งสองข้างเเล้วพูดต่อ
" สิ่งที่ผมทำไม่ได้เกี่ยวเหี้ยอะไรกับที่เรียนมาเลย เเต่ผมสนุกกับมันเเละมันไปได้สวยเเน่ๆเพราะประเทศไทยเราผลิตภัณฑ์มันเยอะ คุณกล้าที่จะเหนื่อยกับผมหรือเปล่าถ้าไม่ก็ไม่ต้องคุยกัน" เมื่อพี่นู๊ดพูดจบประโยคก็โช๊คบุหรี่ไปอีกเฮือก ผมเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเเละพอใจ
"ดูไอ้วิทย์สิ เขาล่ำลือมาว่ามันเจ๋ง มันก็เจ๋งจริง เเต่วันนี้มันเเต่ตัวเหี้ยมาพี่จัดไปชุดเเล้ว" ผมหันไปมองพี่วิทย์ก็เห็นเเต่ยิ้มฟันขาวพยักหน้าอย่างจำนนต่อหลักฐาน "เอ็งสองคนก็เเต่ตัวโอเคเเล้วล่ะ...OK ไปคุยกับพี่เขาต่อข้างในอีกนิดหน่อยไป คงไม่มีอะไรมากเดี๋ยวก็เรียบร้อย" พี่นู๊ดพูดพรางพยักเพยิดหน้าให้ผมกับแม็กซ์เข้าไปข้างใน
เมื่อผมเดินเข้ามาข้างใน ก็ไม่ได้มีอะไรมาก พี่ปูก็อธิบายถึงรายละเอียดงานต่างๆที่ทางบริษัททำว่าเป็นแบบไหนซึ่งผมเองก็พอรู้มาบ้างเเล้วจากพี่วิทย์เเละการสืบค้นใน Internet จากนั้นก่อนเสร็จสิ้นพี่ปูก็มอบหมายงานให้ ว่าเราสองคนต้องไปแจกสาหร่ายมาชิตะที่ปั๊มน้ำมัน ตั้งเเต่หกโมงเช้ายันบ่ายสาม ค่าเเรง 350 เบี้ยเลี้ยง 100 บาทต่อวัน ผมเองก็รับงานอย่างว่าง่ายเพราะช่วงนี้ ว่างงานไม่มีอะไรอยู่เเล้ว
"ครับ" ผมตอบสั้นๆเป็นอันว่าเข้าใจทุกอย่าง
"เค งั้นเรียนร้อยเเล้ว ยังไงเดี๋ยวเจอกันวันที่ สองสามเเล้วกันนะ " พี่ปูเน้นย้่ำ
"ได้เลยครับ" ผมลุกขึ้นพร้อมกับเก็บเก้าอี้เข้าที่ พลันก็เดินออกไปข้างนอก...
"เห้ยเดี๋ยวพี่กลับเเล้วเดี๋ยวเจอกัน น้อง" เมื่อผมก้าวพ้นออกจากประตู พี่นู๊ดก็กำลัง เคลื่อนรถออกไปพอดี ทุกคนต่างกล่าวลาบอสใหญ่
"หวาดดีคร๊าบพี่" ผมเองก็ตามน้ำไป
จากนั้นผมก็นั่งลงฟังพวกพี่ๆเขาคุยกัน พร้อมกับจุดบุหรี่สูบบ้าง ไม่นานนักต่างก็เเยกย้ายกันไปทำงาน
"เอาไงเรา" ผมหันหน้าไปถามพี่วิทย์
"กลับดิ เดี๋ยวพี่ต้องขนของไปอยู่กับเอ็งเเล้ว ห้องพี่เพื่อนจบหนีหมด เขาไม่ให้อยู่เเล้วจ่ายไม่ไหว" พี่วิทย์ว่า
"ได้เลยไม่มีปัญหา" เราทั้งสามคน ผม พี่วิทย์เเล้วก็เเม็กซ์เดินออกมาด้วยกัน เเล้วแม็กซ์ก็เเยกขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไป เหลือเพียงผมกับพี่วิทย์ที่ต้องนั่งรถก้นแฉะกลับที่พัก...
พอถึงที่พักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พี่ปู นั่นเองที่โทรมา
"หวัดดีคร๊าบพี่ปู" ผมทักทายไป
"เอ้า จำเบอร์พี่ได้ด้วยเหรอเนี่ย" เสียงพี่ปูกึ่งแปลกใจเเละดีใจ
"อ๋อ ผมไม่ได้จำหรอกครับพี่ พอดีเอาเบอร์จากพี่วิทย์เเล้วเมมไว้น่ะครับ" ผมตอบไปตามตรง
"พอดีพี่จะบอกว่า วันที่ 2 3 นี้เดี๋ยวไปงานฮอนด้าที่ ซูพรีม สามเสนนะ ไปกับพี่วิทย์แหละ"
"ได้เลยครับพี่ กี่โมง"
"ถึงก่อนเก้าโมง นะ"
"โอเคครับ รับทราบ ยังไงเดี๋ยวเอาไว้ติดต่อกันอีกทีเมื่อใกล้วันเเล้วกันครับ"
"โอเคจ้า งั้นเเค่นี้น๊าหวัดดีครับ" เเล้วสายก็ตัดไป..
"เห้ยผมได้ไปงานเดียวกับพี่เเล้วว่ะ สงสัยจะให้ไปยกรถล่ะมั้ง ฮ่าๆๆๆ" ผมหันไปคุยกับพี่วิทย์
"ก็งั้นแหละมั้ง รถมันหนักมากอ่ะ เคยมีคนทำรถเขาล้มด้วย ซวยชิบหาย ฮ่าๆๆๆ" พี่วิทย์เล่าให้ฟัง...
งานเเรกของผม งานที่ต้องลงเเรง งานที่ต้องทำเพื่อแลกกับเงิน...งานแรก ประสบการณ์เเรก !!!!!
การที่เราจะโตได้ ผมเชื่อวาเราจะต้องเริ่มจากอะไรที่มันเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นประกายเล็กๆในหัวใจ
หรือเเม้เเต่งานเล็กๆก็ตามที
By บุรุษชุดดำ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น