วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วัยรุ่นวุ่นวาย....(ความฝันของฉัน)

วันเเรกที่ก้าวเข้าสู้รั้วมหาวิทยาลัย...วันนั้น เป็นวันที่ผมเข้าใจว่า ผมเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เเล้ว หากเปรียบกับสัตว์มันก็คงจะถึงเวลาเเล้วที่ต้องออกจากฝูง เดินทางตามลำพัง โดดเดี่ยว อ้างว้าง เเละต้องประสบพบเจอกับสิ่งต่างๆมากมายที่รอมันอยู่เบื้องหน้า...เช่นกันกับชีวิตของผม

การเรียนเป็นไปด้วยความยากลำบาก  มันอาจจะเป็นเพราะสิ่งยั่วยุต่างๆ หรือการเรียนที่เข้มข้นเหนือคำบรรยาย มันก็คงต้องเลือกเอาสักทางหนึ่ง ว่าจะหันหน้าเข้าหาสิ่งยั่วยุ หรือหันหน้าเข้าหาหนึ่งสือ   มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนธรรมดาอย่างผมที่จะสามารถทำได้สองอย่างดังนั้นผมจึงเลือกหันหน้าเข้าหาหนังสือหลังจากที่ผมรู้ตัวเองเเล้วว่าเสียเวลาทิ้งไป 1 ปีเต็ม ให้กับสิ่งยั่วยุเหล่านั้น  เเต่จะว่าไม่มีคนทำได้ก็ไม่ใช่เอาเสียเลย ...เพราะผมก็เคยเห็นเหมือนกันที่อบายมุขก็เอา เรียนก็เยี่ยม  แหมพูดทีไรมันก็อิจฉาขึ้นมาทันทีสิน่า นิสัยแย่จริงๆเลยเรา

หลายครั้งที่ผมมักนั่งที่ร้านกาแฟ เเล้วถามตัวเองว่า ...ผมมาที่นี่ทำไม เรียนไปเพื่ออะไร ความฝันผมคืออะไร เเละที่สำคัญใช่ตัวเราหรือเปล่าที่นั่งอยู่ตรงนี้ ???
แดดผีตากผ้าอ้อมกำลังจะหมดแสงไปเเล้ว ...ผมก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม  ร้าน K-Coff  สายตาที่เหม่อลอย  เสียงของรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะหลักของนักศึกษาที่นี่แผดเสียงประสานเเซ่ระงมประหนึ่งผมนั่งอยู่กลางดงพงไพรลึกที่คราคร่ำไปด้วยแมลงที่ส่งเสียงในยามพลบค่ำ ความคิดของผมกำลังไหล กำลังหาคำตอบให้กับตัวเองในหลายๆอย่าง....


ความฝันของฉันคืออะไร ?? ....หลายๆคนที่เคยอ่านหนังสือเเนวพัฒนาตนเอง ที่เขียนโดยผู้ที่ประสบความสำเร็จทำหลาย ก็มักจะเจอหัวข้อที่ว่า ฝันคืออะไร    ผมเองก็เช่นเดียวกัน  เคยมีคำกล่าวที่ว่า 

"ความสำเร็จไม่ใช่หนทางไปสู่ความสุข
ความสุขต่างหากที่เป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ"


คุณคิดเหมือนผมไหม...ว่าที่เขากล่าวไว้นี้มันจริง หรือไม่จริงก็ใกล้เคียง

เอาล่ะคราวนี้ลองมาฟังดูว่าฝันผมมันเป็นยังไง ...

"ผมอยากอยู่กับครอบครัว มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เหล่าน้องๆ อยู่ใกล้ๆกันไปมาหาสู่กันได้ในทุกๆวันตามที่ต้องการ หากผมจะมีครอบครัวก็อยากจะเลี้ยงลูกเองเเละอยู่กันอย่างมีความสุข พร้อมด้วยสุขภาพร่างกายที่เเข็งเเรง   มีธุรกิจเล็กๆที่พอจะเลี้ยงครอบครัวเราได้โดยที่ไม่ต้องไปเป็นลูกหนี้ใคร  สามารถพาครอบครัวไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาได้ในทุกๆเดือนเเละทุกๆที่ที่อยากจะไป  อยากจะมีเวลาส่วนตัวออกไปทำกิจกรรมลุยๆที่ตัวเองชอบ อยากจะมีความรู้ ความรู้ที่จะนำไปบอกไปสอนไปเล่าให้กับคนที่ด้อยโอกาสหรือความรู้ต่ำได้มีโอกาสหายใจหายคอได้บ้าง  อยากจะช่วยเหลือผู้คน อยากเห็นรอยยิ้มของทุกๆคน..."

เห้อ...จะว่าไป พูดให้ใครฟังเขาก็หาว่าผมบ้าไปเเล้ว... ไม่รู้เพราะผมบ้าจริงๆ หรือว่า บ้าเพราะผมไม่คิดเหมือนพวกเขา  ที่อยากจะรวย มีรถมีบ้าน มีเงิน เที่ยวต่างประเทศ กินของหรูๆ กันแน่นะ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม...ผมก็ยังมองว่าฝันของผมน่าจะเป็นไปได้จริง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ยากมากมายอะไรนัก  เเละผมก็คิดว่าผมน่าจะทำได้จริงๆหากผมมี "ศรัทธา"


เเล้ว...ผมต้องทำยังไงฝันถึงจะเป็นจริง   โปรดติดตามตอนต่อไป
แล้ว...คุณล่ะมีฝันไหม เห็นมันชัด เล่าได้ละเอียดหรือเปล่า มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ คิดดูดีๆ!!


ปล.Blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มหนึ่งของผมเองเท่านั้นนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น